เปิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใหม่ สัมผัสความสนุกขั้นสุด ด้วย “Gamification”
คุณเคยสงสัยไหมว่า “ความสนุกขั้นสุดคืออะไร?” — บางคนอาจจะเป็นช่วงเวลาที่สามารถหัวเราะได้อย่างสุดเสียง บางคนอาจจะเป็นตอนที่กำลังทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่สำหรับ BASE Playhouse แล้ว ความสนุกขั้นสุด คือ ช่วงเวลาที่เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ตั้งคำถาม ไม่สนใจเวลา และเกิด Engagement ขั้นสุดจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ตอบโจทย์ความสนุกขั้นสุดพร้อมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้มากที่สุดนั่นก็คือ “Gamification”

เปิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใหม่ สัมผัสความสนุกขั้นสุด ด้วย “Gamification”
คุณเคยสงสัยไหมว่า “ความสนุกขั้นสุดคืออะไร?” — บางคนอาจจะเป็นช่วงเวลาที่สามารถหัวเราะได้อย่างสุดเสียง บางคนอาจจะเป็นตอนที่กำลังทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่สำหรับ BASE Playhouse แล้ว ความสนุกขั้นสุด คือ ช่วงเวลาที่เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ตั้งคำถาม ไม่สนใจเวลา และเกิด Engagement ขั้นสุดจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ตอบโจทย์ความสนุกขั้นสุดพร้อมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้มากที่สุดนั่นก็คือ “Gamification”
Gamification คืออะไร? แตกต่างจาก “เกมทั่วไป” อย่างไร?
BASE Playhouse ขอแบ่งเกณฑ์ในการแยก Gamification และเกมทั่วไป ด้วยเกณฑ์ 4 ประเภท ได้แก่ Gaming, Playing, Whole และ Parts
ประเภทแรก คือ Gaming หมายถึงการมีกติกาที่ชัดเจน เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้วต้องมีฝ่ายที่เป็นผู้แพ้และฝ่ายที่เป็นผู้ชนะ หากมองภาพง่าย ๆ ก็เหมือนกับซีรีส์ชื่อดังอย่าง Squid Game ถ้าคุณชนะกติกาได้ คุณคือผู้รอดชีวิต แต่ถ้าคุณไม่สามารถชนะกติกาได้ คุณจะพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์
ประเภทที่สอง คือ Playing ซึ่งคล้ายกับการ Free Play หมายถึงการเล่นที่ไม่มีกฎที่ชัดเจน ไม่มีกติกาที่ตายตัว เน้นความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของผู้เล่นเป็นหลัก หากพูดง่าย ๆ ก็เปรียบได้กับการเล่นบ้านตุ๊กตาของเด็ก ๆ
ประเภทที่สาม คือ Whole หมายถึงการออกแบบสิ่ง ๆ หนึ่งขึ้นมาเพื่อ Entertainment โดยเฉพาะ
และประเภทสุดท้าย คือ Parts หมายถึงการออกแบบขึ้นมาเพื่อ Entertainment โดยผสมผสานกับวัตถุประสงค์อื่น ๆ ตามต้องการ
เมื่อพิจารณาเกณฑ์ทั้ง 4 ประเภทโดยละเอียด จะสามารถสรุปได้ดังนี้
1. Toys = Playing + Whole
“Toys” คือการออกแบบโดยนำ Playing มาผสมผสานกับ Whole ซึ่งทำให้เกิดการเล่นอย่างอิสระเสรี ส่งเสริมจินตนาการให้กว้างไกลโดยไม่จำกัดกรอบความคิดและไม่มีกติกาที่ชัดเจน เป็นการมอบพื้นที่ให้ผู้เล่นตีความและเล่นตามจินตนาการของตนเองโดยไม่มีรูปแบบตายตัว
2. Playful Design = Playing + Parts
“Playful Design” คือการออกแบบโดยนำ Playing มาผสมผสานกับ Parts เป็นการนำความรู้สึกสนุกสนานจากการเล่นมารวมกับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เพื่อให้เรียนรู้กิจกรรมที่จริงจังด้วยความรู้สึกเหมือนการเล่นอยู่เบื้องหลัง เช่น จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ผู้เข้าร่วม “สร้างหุ่นจากกระดาษ” เพื่อสื่อสารไอเดีย
3. Game = Gaming + Whole
“Game” คือการออกแบบโดยนำ Gaming มาผสมผสานกับ Whole ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็น “เกมอย่างเต็มรูปแบบ” และมีโครงสร้างเกมอย่างชัดเจน พูดง่าย ๆ ก็คือ มีเป้าหมายชัดเจน มีกติกา มีผู้ชนะและผู้แพ้ เช่น บอร์ดเกม Simulation Games หรือ Digital Games
4. Gamification = Gaming + Parts
“Gamification” คือการออกแบบโดยนำ Gaming มาผสมผสานกับ Parts เป็นการนำบางส่วนของโครงสร้างเกม เช่น กติกา คะแนน รางวัล เป้าหมาย หรือการแข่งขัน มาใส่ในกิจกรรมที่ไม่ใช่เกม เพื่อสร้างแรงจูงใจหรือเปลี่ยนประสบการณ์ให้สนุกขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ชนะหรือผู้แพ้เสมอไป เช่น การเก็บเหรียญในแอปสุขภาพ การกำหนดเป้าหมายรายวันในระบบฝึกทักษะ เป็นต้น
ดังนั้น Gamification คือ การใช้กลไกของเกมอย่างการกำหนดกฎเกณฑ์ กติกา และเป้าหมาย เพื่อนำไปออกแบบการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้น สนุกสนาน และเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่อย่างไร้ขีดจำกัด

Gamification กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ได้อย่างไร?
สมองของมนุษย์นับว่าเป็นอวัยวะที่มหัศจรรย์มาก เพราะเป็นอวัยวะที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วในทุก ๆ สถานการณ์ ไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญหน้ากับปัญหา อุปสรรค หรือปริศนาอะไรก็ตาม สมองของคุณจะค่อย ๆ เรียนรู้และประมวลผลออกมาเป็นวิธีแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลาโดยที่คุณไม่รู้ตัว รวมถึงมีกลไกสำหรับการให้รางวัลตัวเอง โดยค่อย ๆ หลั่งสารโดพามีน (Dopamine) ออกมาทำให้คุณรู้สึกมีความสุขขั้นสุดเมื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่ยากสำเร็จหรือจัดการปัญหาตรงหน้าให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
Gamification ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นเรียนรู้ฟีดแบ็กจากสิ่งที่ตัวเองทำ (Feedback Loop) ทั้งพฤติกรรมด้านบวกและด้านลบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ เช่น หากคุณเป็น Content Creator ที่ผลิตคอนเทนต์สนุก ฟีดแบ็กที่คุณจะได้รับคือยอดไลค์ ยอดคอมเมนต์ และยอดผู้ติดตาม เป็นรางวัล (Positive Reinforcement) ซึ่งกระตุ้นความสุขทำให้คุณอยากทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ และเกิด “ความเสพติด” ในขณะเดียวกัน หากคุณทำคอนเทนต์ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในแง่ลบ ฟีดแบ็กที่คุณจะได้กลับมาก็คือคอมเมนต์พิพากษาจากผู้ชมบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งนั่นเป็นบทลงโทษ (Negative Reinforcement) ทำให้คุณไม่อยากทำสิ่งนั้นอีก
ซึ่ง “ความเสพติด” ที่กล่าวไปข้างต้น จะกระตุ้นให้เกิดความอยากทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ทำให้คุณสามารถโฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เรียนรู้ จดจำ และนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นำ Gamification ไปใช้อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด!
การนำ Gamification ไปใช้ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แบ่งออกเป็น 2 หมวด ได้แก่ การเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification Learning) และการเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยเกม (Behavioral Gamification)
1. Gamification Learning
การเรียนรู้ผ่านเกม หรือ Gamification Learning เป็นการนำ Gamification มาผสมผสานกับการออกแบบการเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ส่งเสริมทักษะที่ขาดหายไป ดึงศักยภาพของมนุษย์ออกมาให้ทะลุขีดจำกัด เปลี่ยน Mindset ให้ไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างเช่น คลาสเกม Corporate Murder จาก BASE Playhouse ที่ให้ผู้เล่นทั้งหมดเล่นพร้อมๆ กัน โดยการรับบทบาทเป็นนักสืบตามหาฆาตกร เพื่อฝึก Critical Thinking Skills
2. Behavioral Gamification
การเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยเกม หรือ Behavioral Gamification เป็นการใช้ Gamification เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ สามารถนำไปใช้ได้ทั้งด้าน Product Experience สร้างแรงจูงใจให้คนอยากเข้าไปใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแอปพลิเคชัน TikTok ที่มีฟีเจอร์หลากหลาย ทั้งการไลฟ์ การส่งของขวัญ หรือการติดตะกร้าขายของเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าคอมมิชชัน ด้าน Marketing นำมาใช้ในการทำแคมเปญหรือการจัดโปรโมชันต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย รวมไปถึงด้าน Workplace Culture และด้าน Habit Change
ตัวอย่างเช่น การใช้ Gamification ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ในด้าน Habit Change โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเร็วในการขับขี่ วิธีการนำ Gamification มาใช้งาน สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการนำ Speed Camera มาตั้งไว้และเขียนว่าเป็น Speed Lottery หากคุณขับผ่านจุดนี้แล้วเลขบนหน้าจอเป็นสีเขียว คุณสามารถแวะจอดที่บูธด้านหน้าและรับ Lottery ฟรี! เพียงเท่านี้ ผู้ใช้ถนนกลับขับรถช้าลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
Gamification คือกุญแจสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ (Gamification Learning) และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Behavioral Gamification) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาศัยหลักการของเกมมาสร้างแรงจูงใจผ่านกติกา เป้าหมาย และรางวัล ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ความสนุก” ไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิง แต่คือพลังที่ผลักดันให้มนุษย์พัฒนา เติบโต และก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่างแท้จริง
แนะนำบริการ Gamification Design Solution

ปัญหาของ HR เวลาออกแบบระบบใหม่ให้องค์กร พนักงานจำไม่เคยได้ เวลาให้ Engage ก็ไม่ค่อยจะมา แถมพอพนักงานใหม่มาก็ต้อง Onboard ซ้ำ ๆ จำสูตรเดิมไม่ได้ แถมยังขาดคนเก่ง ๆ เรื่องโน้นนี้อีกเพียบGamification Design Solution เป็น Game & Toolkit ที่จะมาช่วยสร้างประสบการณ์เรียนรู้ที่น่าดึงดูด พนักงานอยากมีส่วนร่วมมากกว่าที่ไหนแน่นอน
4 Core Service
- Core Value & Culture Intervention สำหรับองค์กรที่เน้นเรื่องส่งเสริมค่านิยมกับวัฒนธรรมองค์กรโดยเฉพาะ
- Mindset & Skill Development สิ่งนี้จะช่วยพัฒนากระบวนการคิดและทักษะใหม่ ๆ สำหรับพนักงานที่องค์กรต้องการให้ครบ
- Job Onboarding หัวข้อนี้จะดีสำหรับพนักงานใหม่มาก เพราะจะช่วย Onboard ให้แบบเป็นระบบ สนุก น่าจดจำ พนักงานชอบจริง
- Brand Engagement ตามชื่อหัวข้อ เพราะจะช่วยดึงให้พนักงานเข้ามามี Engage กับองค์กรมากขึ้นกว่าเดิมมาก
รับประกันคุณภาพโดย Learning Design และ Game Design มืออาชีพที่ผ่านการทำ Gamification มาแล้วกว่า 100 องค์กร ผลิตขึ้นมาในรูปแบบของบอร์ดเกม เครื่องมือเกรดพรีเมียม
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
หากสนใจบริการ สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ https://swiy.co/hT1I หรือโทร 094-191-4626