วิธีใช้ DeepSeek AI สำหรับมือใหม่ ใช้งานได้ง่ายๆ ใน 10 นาที
DeepSeek AI ง่ายกว่าที่คิด! รวมวิธีใช้ DeepSeek สำหรับมือใหม่ พร้อมเทคนิคการเลือกโมเดล เคล็ดลับการเขียน Prompt และแนวทางการนำ AI ไปใช้ในชีวิตจริง

DeepSeek AI คืออะไร? ทำไมถึงเป็น AI ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้
หากช่วงนี้คุณกำลังติดตามข่าวสารด้าน AI อยู่ แน่นอนว่าคุณต้องเคยได้ยินชื่อ DeepSeek AI ผ่านหูผ่านตามาอย่างแน่นอน แล้ว DeepSeek คืออะไร ทำไมถึงถูกพูดถึงในฐานะคู่แข่งคนสำคัญของ ChatGPT บทความนี้เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกกับที่มา โมเดลที่น่าสนใจ พร้อมวิธีใช้ DeepSeek สำหรับมือใหม่ อ่านจบแล้วใช้ได้ทันที
DeepSeek AI คือ โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ประเภท Large Language Model หรือ LLM ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัท DeepSeek สตาร์ทอัพด้าน AI สัญชาติจีน ที่เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2023 ภายใต้การสนับสนุนของกองทุน High-Flyer บริษัทการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงในประเทศจีน
โดย AI ตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นจากเป้าหมายสำคัญที่ต้องการสร้าง AI ที่มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ ตอบคำถาม และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ในระดับเดียวกับโมเดลชั้นนำของโลก
ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ DeepSeek AI กลายเป็นกระแสในวงการเทคโนโลยีนั้นไม่ใช่แค่ความสามารถในการวิเคราะห์และตอบคำถามที่ซับซ้อนได้เท่านั้น แต่เป็นความสามารถในการประมวลผลด้านภาษา การเขียนโค้ด และการให้เหตุผลเชิงตรรกะที่แม่นยำต่างหาก ที่ทำให้ AI ตัวนี้โดดเด่นและน่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง DeepSeek-R1 โมเดลที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักพัฒนา โปรแกรมเมอร์ และผู้ใช้งานสายเทคนิค จากความสามารถด้านการแสดงผล การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งเราจะมาเจาะลึกกันในเนื้อหาของบทความนี้!
เจาะลึกโมเดล DeepSeek-R1 และ DeepSeek-V3 แตกต่างกันอย่างไร?
หนึ่งในเหตุผลที่หลายคนเริ่มสนใจและค้นหาวิธีใช้ DeepSeek กันอย่างแพร่หลายไม่ได้เกิดขึ้นจากความสามารถพื้นฐานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สิ่งนี้เกิดขึ้นจากโมเดลที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับลักษณะงานที่แตกต่างกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเดล DeepSeek-R1 และ DeepSeek-V3 โมเดลที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในวงการเทคโนโลยี แล้วโมเดลทั้ง 2 แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้งานโมเดลไหน เราจะพาทุกท่านมาหาคำตอบกันในหัวข้อนี้
วิธีใช้ DeepSeek-R1
จุดเด่น:
- โดดเด่นด้านการคิดวิเคราะห์และการให้เหตุผลเชิงตรรกะ
- เหมาะสำหรับงานแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน จากโมเดลที่สามารถอธิบายขั้นตอนการคิดได้อย่างเป็นลำดับขั้น
- เหมาะกับงานที่มีความซับซ้อน เช่น การเขียนโค้ด งานด้านการคำนวนเชิงคณิตศาสตร์ และงานที่ต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
ข้อจำกัด:
- ใช้เวลาในการประมวลผลมากกว่าโมเดลตัวอื่น ๆ ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความรวดเร็วเป็นหลัก
- หากใช้งานกับงานที่ไม่ต้องการความละเอียด โมเดลตัวนี้อาจให้คำตอบที่มากเกินความจำเป็น
เหมาะกับใคร:
- โปรแกรมเมอร์
- Data Analyst
- นักวิจัย
- ผู้ที่ทำงานด้านการวางกลยุทธ์และการตัดสินใจ
วิธีใช้ DeepSeek-V3
จุดเด่น:
- ประมวลผลและตอบสนองอย่างรวดเร็ว เหมาะกับงานที่ต้องการความเร่งด่วน
- เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น การตอบคำถามทั่วไป งานหาไอเดีย งานสร้างสรรค์
ข้อจำกัด:
- ความสามารถด้านการวิเคราะห์เชิงลึกอาจไม่เทียบเท่า DeepSeek-R1
- อาจเกิดข้อผิดพลาดหากใช้กับงานที่มีความซับซ้อนมากเกินไป
เหมาะกับใคร:
- นักการตลาด
- Content Creator
- พนักงานออฟฟิศทั่วไป
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคุณยังลังเลว่าจะเลือกใช้งานโมเดลไหนดี เราขอเปรียบเทียบให้คุณเห็นภาพง่าย ๆ ว่า DeepSeek-R1 เปรียบเสมือนผู้เชี่ยวชาญที่โดดเด่นด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการให้เหตุผลอย่างเป็นระบบ เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้ความแม่นยำและการวิเคราะห์เชิงลึกเป็นพิเศษ
ในขณะที่ DeepSeek-V3 เปรียบเหมือนผู้ช่วยอัจฉริยะที่พร้อมช่วยจัดการงานในชีวิตประจำวันให้คุณได้หลากหลายรูปแบบ ที่ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล สรุปเนื้อหา เขียนคอนเทนต์ ระดมไอเดีย หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั่วไป โมเดลนี้ก็สามารถจัดการให้คุณได้ทั้งสิ้น
ดังนั้น หากงานของคุณเน้นการวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโค้ด หรือการแก้โจทย์ที่มีความซับซ้อน DeepSeek-R1 อาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า แต่ถ้าหากคุณกำลังมองหา AI ที่ใช้งานง่าย ครอบคลุม และช่วยงานได้หลากหลาย DeepSeek-V3 ก็ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่สามารถทำงานทั่วไปให้คุณได้อย่างครอบคลุม
วิธีใช้ DeepSeek AI เบื้องต้น
หลังจากเลือกโมเดลที่เหมาะกับลักษณะงานของตัวเองได้แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงอยากลองเริ่มต้นใช้งาน DeepSeek AI กันอยู่ไม่น้อย หัวข้อนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับวิธีใช้ DeepSeek แบบ Step-by-Step พร้อมแนะนำแนวทางการสั่งงานเบื้องต้น มือใหม่ใช้งานได้ทันที!
1. สมัครและเข้าสู่ระบบ: สามารถเข้าใช้งานได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ของ DeepSeek ด้วยการสมัครสมาชิกผ่านอีเมลหรือบัญชีที่รองรับ
2. เลือกโมเดลที่เหมาะกับงาน: หากต้องการงานวิเคราะห์เชิงลึกให้เลือก DeepSeek-R1 แต่ถ้าหากต้องการใช้งานทั่วไปให้เลือก DeepSeek-V3
3. เริ่มต้นด้วย Prompt ที่ชัดเจน: หัวใจสำคัญของวิธีใช้งาน DeepSeek AI อย่างมีประสิทธิภาพคือการป้อนคำสั่งอย่างชัดเจน ที่ยิ่งคุณระบุรายละเอียดมากเท่าไร ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยิ่งมีคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น
เปรียบเทียบ DeepSeek vs ChatGPT เลือกใช้เครื่องมือไหนดี?
หนึ่งในหัวข้อที่คนใช้ AI พูดถึงและเปรียบเทียบกันมากที่สุด คงหนีไม่พ้น DeepSeek vs ChatGPT เลือกใช้งานเครื่องมือไหนดีที่สุด?
ความจริงแล้วไม่มีคำตอบตายตัวว่า AI ตัวไหน "ดีกว่า" เพราะทั้ง DeepSeek และ ChatGPT ต่างก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกัน ดังนี้
DeepSeek
ภาพรวมการใช้งาน
วิธีใช้ DeepSeek เป็น AI ที่โดดเด่นด้านการคิดวิเคราะห์ การให้เหตุผลเชิงตรรกะ และการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะงานที่มีความเกี่ยวข้องกับการเขียนโค้ด การคำนวนทางคณิตศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปข้อมูลเชิงลึก โดยจุดแข็งสำคัญของ AI ตัวนี้คือความสามารถในการแสดงกระบวนการคิดอย่างเป็นลำดับ ทำให้ DeepSeek เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ AI ที่ช่วยคิดวิเคราะห์มากกว่าการตอบคำถามทั่วไป
จุดเด่น
- โดดเด่นด้านการวิเคราะห์ข้อมูล วางแผน ไปจนถึงการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
- ความสามารถในการเขียน Code อย่างแม่นยำ
- เก่งด้านงานคำนวนทางคณิตศาสตร์
ข้อจำกัด
- สำหรับงานทั่วไป DeepSeek ยังไม่สามารถใช้งานได้หลากหลายและรวดเร็วเท่า ChatGPT
- ฟีเจอร์เสริมบางส่วนยังอยู่ในช่วงการเรียนรู้และพัฒนา
เหมาะกับใคร
- นักพัฒนา
- โปรแกรมเมอร์
- นักวิเคราะห์ข้อมูล
- ผู้ใช้งานสายเทคนิค
ChatGPT
ภาพรวมการใช้งาน
ChatGPT เป็น AI อเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การตอบคำถาม ค้นหาข้อมูล สรุปเนื้อหา เขียนบทความ สร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงช่วยวางแผนงานและระดมไอเดียใหม่ ๆ ด้วยรูปแบบการสนทนาที่เป็นธรรมชาติและใช้งานง่าย ทำให้ ChatGPT ได้รับความนิยมในกลุ่มนักเรียน นักการตลาด เจ้าของธุรกิจ ไปจนถึงคนทำงานทั่วไป และไม่เพียงแค่นั้นเพราะ AI ตัวนี้ยังมีฟีเจอร์เสริมที่รองรับการใช้งานที่หลากหลาย จึงเป็น AI ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผู้ช่วย AI ที่ใช้งานได้ครอบคลุมในชีวิตประจำวัน
จุดเด่น
- รองรับการทำงานหลากหลายรูปแบบตั้งแต่งานง่าย ๆ ไปจนถึงงานที่มีความซับซ้อน
- ใช้งานง่ายมีความเป็นมนุษย์สูง
- มีระบบ GPTs และเครื่องมือเสริมที่หลากหลาย ช่วยให้สามารถปรับแต่ง AI ให้เหมาะกับงานเฉพาะทางได้
ข้อจำกัด
- อาจมีข้อผิดพลาดหรือไม่ละเอียดพอ หากต้องการใช้งานเชิงตรรกะที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องเขียน Prompt ให้ละเอียด
- รุ่นที่มีความสามารถสูงมักอยู่ในแพ็กเกจแบบชำระเงิน
เหมาะกับใคร
- นักการตลาด
- Content Creator
- ผู้บริหาร
- ผู้ใช้งานทั่วไป
4 กลุ่มอาชีพที่ควรเริ่มใช้ DeepSeek AI
1. นักวิจัย นักวิชาการ และผู้ใช้งานที่ทำงานเชิงตรรกะ
วิธีใช้ DeepSeek โดดเด่นด้านกระบวนการคิด และการแก้ปัญหา ผ่านโมเดลที่แจกแจงแนวทางการคิดได้อย่างละเอียดและเป็นระบบ ไปจนถึงการค้นหาข้อมูล และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ที่ทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือสูง และชัดเจน ทำให้ AI ตัวนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานกับความคิดและข้อมูล
2. โปรแกรมเมอร์และนักพัฒนาซอฟต์แวร์
DeepSeek ถือเป็นหนึ่งใน AI ที่ได้รับการยอมรับจากโปรแกรมเมอร์และนักพัฒนาทั่วโลก ว่าเป็น AI ที่มีความสามารถด้านการเขียนโค้ดและการแก้ปัญหาเชิงตรรกะได้อย่างโดดเด่น
ด้วยวิธีใช้ DeepSeek ที่ทำได้ตั้งแต่การตรวจสอบโค้ด อธิบายโค้ด อธิบาย Error การคิดโครงสร้างระบบ ไปจนถึงความสามารถในการเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ พร้อมอธิบายหลักการคิด ที่ช่วยให้นักพัฒนาเข้าใจภาษาที่อยู่ตรงหน้าและทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
3. เจ้าของธุรกิจและผู้บริหาร
ความรับผิดชอบที่สูงมาพร้อมกับความเสี่ยง ผู้บริหารสามารถใช้วิธีใช้ DeepSeek ในการวิเคราะห์ข้อมูล วางแผนธุรกิจ สรุปรายงาน แก้ไขปัญหา และช่วยตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้
4. นักวิเคราะห์ข้อมูลและผู้บริหารความเสี่ยงด้านการเงิน
นอกจากความสามารถด้านการหาข้อมูลแล้ว DeepSeek ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่พร้อมนำเสนอข้อควรรู้ ความเสี่ยง แนวทางการแก้ปัญหา และคาดการณ์จากข้อมูลได้อย่างแม่นยำ
หลักสูตรแนะนำ

Generative AI in Action
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เร็วขึ้น ด้วยพลังสร้างสรรค์จาก AI
หลักสูตรนี้จะพาคุณไปเรียนรู้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน กลไกการทำงาน กระบวนการคิด การฝึกฝนเทคนิคการออกแบบคำถามหรือคำสั่ง ให้คุณได้ฝึกทักษะแห่งโลกอนาคต ที่นำไปใช้งานได้จริง ตลอดจนรู้จักวิธีเลือก AI Tools ที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ
คอร์สนี้เหมาะกับ
'Generative AI in Action' เหมาะสำหรับบุคลากรในทุกระดับขององค์กร
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ
- Deep Understanding - เข้าใจ concept กลไกการทำงานของ Generative AI และ use-case การนำไปใช้ในโลกธุรกิจ
- Creativity Unlocked - ได้ฝึกเทคนิคการสั่งงาน AI ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อปลดล็อกกระบวนการคิด
- Enhanced Efficiency - เพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ
รายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติม
ติดต่อปรึกษา BASE Playhouse ฟรี! โทร 094-191-4626 หรือกรอกข้อมูลเพื่อติดต่อกลับ ที่นี่

.png)





