ฝึกฟังอย่างเข้าใจ (Empathic Listening): 7 วิธีเชื่อมใจที่สร้าง Trust ในที่ทำงาน

เรียนรู้ 7 วิธีฝึกฟังอย่างเข้าใจ (Empathic Listening) เข้าใจ Empathic Listening คืออะไร พร้อมข้อดีที่ช่วยสร้างความไว้ใจและทีมเวิร์กในที่ทำงานอย่างยั่งยืน

January 5, 2026
·
0
mins
CONSULT WITH US
ฝึกฟังอย่างเข้าใจ (Empathic Listening): 7 วิธีเชื่อมใจที่สร้าง Trust ในที่ทำงาน
Share
Consult with us
Elevate your experience with us

ในยุคที่การทำงานร่วมกันซับซ้อนกว่าที่เคย “การสื่อสาร” ไม่ใช่แค่การพูดให้เก่งหรืออธิบายให้เข้าใจ แต่คือการ “ฟังอย่างเข้าใจ (Empathic listening)” เพื่อให้เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึก ความคิด และความตั้งใจของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง

เพราะเมื่อเราฟังด้วยใจมากกว่าหู เราจะไม่เพียงได้ยิน “สิ่งที่พูด” แต่ยังสัมผัสได้ถึง “สิ่งที่รู้สึก” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความไว้ใจ ความร่วมมือ และวัฒนธรรมการทำงานที่เต็มไปด้วยความเข้าใจกัน

Empathic Listening คืออะไร

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Empathic Listening คืออะไร

Empathic Listening หรือ “การฟังอย่างเข้าใจ” หมายถึงการฟังเพื่อเข้าใจ “ความรู้สึก” และ “ความคิดเบื้องหลังคำพูด” ของอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ฟังเพื่อโต้ตอบหรือหาคำตอบกลับ แต่คือการอยู่กับเขาในขณะนั้นด้วยความตั้งใจและไม่ตัดสิน

ต่างจากการ “ได้ยิน” หรือ “ฟังแบบ Active Listening” ที่มุ่งไปที่เนื้อหาของคำพูดเพียงอย่างเดียว การ ฟังอย่างเข้าใจ (Empathic listening) เน้นการใช้ “หัวใจ” ฟังอย่างเปิดกว้าง รับรู้ทั้งอารมณ์ น้ำเสียง ท่าทาง และสิ่งที่อีกฝ่ายอาจยังไม่สามารถพูดออกมาได้ทั้งหมด

หัวใจของ Empathic Listening คือ “การอยู่ตรงนั้นอย่างไม่ตัดสิน” และสะท้อนความรู้สึกกลับไปอย่างอ่อนโยน เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่า “เราเข้าใจจริงๆ”

ทำไม Empathic Listening ถึงสำคัญในที่ทำงาน

ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและความคาดหวัง การสื่อสารผิดเพียงนิดเดียวอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้งได้ง่าย

การฝึกฟังอย่างเข้าใจ (Empathic listening) จึงกลายเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยสร้าง “พื้นที่ปลอดภัยทางใจ” ให้ทีมรู้สึกไว้ใจกันมากขึ้น

ข้อดีของ Empathic listening ที่เห็นได้ชัดในที่ทำงาน ได้แก่:

  • สร้างความไว้ใจ (Trust) และพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความเห็น
    เมื่อคนรู้สึกว่าเสียงของตัวเองมีค่า เขาจะกล้าแชร์ความคิดและความรู้สึกมากขึ้น
  • ช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มความเข้าใจร่วมกัน
    เพราะเมื่อเราฟังโดยไม่รีบตัดสิน ความขัดแย้งที่เคยเกิดจากอารมณ์มักคลี่คลายกลายเป็นบทสนทนาที่สร้างสรรค์
  • เสริมทีมเวิร์กและวัฒนธรรมแห่งความใส่ใจ (Care Culture)
    ทีมที่ฟังกันอย่างเข้าใจจะมีความผูกพันและพร้อมร่วมมือกันสร้างสิ่งดี ๆ

การฟังอย่างเข้าใจจึงไม่ใช่เพียงทักษะ “Soft Skill” แต่เป็นพลังสำคัญที่หล่อหลอมให้เกิด “ทีมที่ไว้ใจกัน” และนั่นคือรากฐานของนวัตกรรมและการเติบโตขององค์กร

7 เทคนิคฝึกฟังอย่างเข้าใจ (Empathic Listening)

อยากเริ่มฝึก Empathic Listening แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง?นี่คือ 7 เทคนิคง่าย ๆ ที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที

  1. สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space)
    ปิดสิ่งรบกวน วางโทรศัพท์ และให้ความสนใจเต็มร้อยกับคนตรงหน้า
  2. ฟังโดยไม่ตัดสินหรือรีบแก้ปัญหา
    บางครั้งคนไม่ต้องการคำแนะนำ แต่อยากให้มีใครสักคน “อยู่ตรงนั้น” และฟังอย่างเข้าใจ
  3. สะท้อนความคิดหรือความรู้สึก (Reflect Back)
    ใช้ประโยคอย่าง “ฟังดูเหมือนคุณรู้สึกว่า…” เพื่อแสดงว่าเรารับรู้และเข้าใจสิ่งที่เขาพูดจริงๆ
  4. สังเกตภาษากายและน้ำเสียง (Non-verbal Cues)
    การพยักหน้า น้ำเสียง หรือแววตา ล้วนส่งสัญญาณถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าคำพูด
  5. หยุด… แล้วถามต่อ (Ask Open-ended Questions)
    เช่น “เล่าเพิ่มเติมได้ไหม?” หรือ “ตอนนั้นรู้สึกยังไงบ้าง?” เพื่อเปิดโอกาสให้คนพูดได้เต็มที่
  6. สะท้อนภาษาของเขา (Mirror Language)
    ใช้คำพูดที่คล้ายกัน แต่ไม่ต้องพูดซ้ำทุกคำ เพื่อให้การสื่อสารเป็นธรรมชาติและจริงใจ
  7. ยืนยันความรู้สึกและสรุปเพื่อความเข้าใจร่วมกัน
    ปิดท้ายด้วยการสรุปใจความสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อจริงๆ

วิธีการนำ Empathic Listening มาใช้ในที่ทำงาน

การฝึกฟังอย่างเข้าใจไม่จำเป็นต้องใช้เฉพาะเวลามีปัญหา แต่สามารถฝังอยู่ในวัฒนธรรมการทำงานของทีมได้ทุกวัน

  • ใช้ใน One-on-one และ Team Check-in
    เปิดพื้นที่ให้พูดถึงความรู้สึก ความเหนื่อย หรือความท้าทายที่เผชิญ
  • ให้ผู้นำเป็นแบบอย่างของการฟังอย่างเข้าใจ
    เมื่อหัวหน้าฟังอย่างเปิดใจ ลูกทีมก็จะกล้าเปิดใจตาม
  • ผสม Empathic Listening กับ Active Listening
    เพื่อให้การสื่อสารทั้ง “เข้าใจเนื้อหา” และ “เข้าใจอารมณ์” ไปพร้อมกัน
  • ส่งเสริมการฝึกฟังในทีม
    ลองจัด Team Learning Session เพื่อให้ทุกคนได้ฝึกและสะท้อนประสบการณ์ร่วมกัน

การ “ฟังอย่างเข้าใจ” ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องเริ่มจาก “ความตั้งใจที่จะเข้าใจ” เพราะเมื่อเราฟังด้วยหัวใจ ความสัมพันธ์ในทีมจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Empathic Listening คือทักษะที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เพราะมันไม่เพียงช่วยให้เราสื่อสารได้ดีขึ้น แต่ยังช่วย “เชื่อมใจ” คนทำงานเข้าด้วยกัน เมื่อเราฟังอย่างเข้าใจ เราไม่ได้แค่รับรู้คำพูดของคนอื่น แต่เรากำลังบอกกับเขาว่า “เสียงของคุณมีความหมาย” และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของความไว้ใจ (Trust) รากฐานของทีมและองค์กรที่เติบโตอย่างแท้จริง

เพื่อเสริมทักษะการฟังเชิงเข้าใจและพัฒนาผู้นำที่สามารถสร้างความเชื่อใจในทีม BASE Playhouse ขอแนะนำโปรแกรม Leaderstellar ซึ่งเป็นโปรแกรมระยะยาวสำหรับพัฒนาผู้นำยุคใหม่ให้เก่งทั้งงานและคน พร้อมรับมือกับทุกสภาวะและยุค AI

รายละเอียดโปรแกรม Leaderstellar:

  • Team Facilitation – ฝึกอำนวยความสะดวกและสร้างความร่วมมือในทีม
  • Advocacy & Negotiation – พัฒนาทักษะการต่อรองและการผลักดันไอเดีย
  • Future Foresight – เตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์
  • Business Decision Making – ฝึกการตัดสินใจเชิงธุรกิจอย่างมั่นใจ
  • Inspiring & Influencing Change – เรียนรู้วิธีสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
  • Strategic Thinking – พัฒนาการคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

กิจกรรมในโปรแกรม:

  • Inspiration Talk from Aspiring Leaders – เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ผู้นำจากหลากหลายธุรกิจ
  • Complex Leadership Simulation – ฝึกผ่านกรณีศึกษาและสถานการณ์จำลองเฉพาะองค์กร
  • Individual Executive Coaching – โค้ชแบบ 1:1 เพื่อให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล
  • Simulation & Gamification – ฝึกทักษะผู้นำด้วยสถานการณ์จำลองคุณภาพสูง
  • Role-Play & Scenario – ฝึกแก้ปัญหาและตัดสินใจในสถานการณ์ยาก

โปรแกรมนี้ช่วยให้ผู้นำเป็น Empathetic & Effective Manager พร้อมสร้าง Visionary & Inspiring Leader ที่สามารถนำทีมด้วยหัวใจและสร้างผลลัพธ์ให้องค์กรได้อย่างมั่นใจ พร้อมบ่มเพาะวัฒนธรรมความเชื่อใจและการสื่อสารอย่างเข้าใจในทุกระดับขององค์กร