นำเสนองานให้น่าสนใจด้วย 7 เทคนิคการนำเสนออย่างมืออาชีพ
นำเสนอแบบมือโปรด้วย Data Storytelling Framework เทคนิคการบรรยายผ่านการเล่าเรื่อง กระตุ้นความสนใจผู้ฟัง ที่ไม่ว่าจะเป็นเวทีเล็ก เวทีใหญ่ หรือเวทีไหนก็เอาอยู่

7 เทคนิคการนำเสนองานให้ดึงดูดจนอยากฟังต่อ
ทักษะการนำเสนองานเป็นสกิลคลาสสิกที่ไม่มีวันตกยุค ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ตำแหน่งไหน ทักษะนี้ก็ยังเป็นทักษะสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ไปตลอดชีวิตการทำงาน และแน่นอนว่าการนำเสนอไม่ใช่แค่ทักษะการพูดให้ครบประโยคหรือจบสไลด์เท่านั้น แต่มันคือสกิลสำคัญที่ชี้เป็นชี้ตายด้านความน่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพ ไปจนถึงคุณภาพการทำงานของคุณที่คนภายนอกมองเข้ามาอีกด้วย
แล้วจะทำยังไงให้การนำเสนอของคุณไหลลื่นไม่มีสะดุด ไม่ติดขัดกลางอากาศ? บทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับความหมาย ความสำคัญ ไปจนถึงเคล็ดลับการนำเสนอให้ลื่นไหลแบบมือโปร ถ้าอยากรู้กันแล้วว่าการนำเสนอคืออะไร สำคัญอย่างไร วิธีการนำเสนอข้อมูลมีอะไรบ้าง แล้วต้องทำอย่างไรให้การนำเสนอของเราน่าฟังจนทั้งห้องต้องเงียบกริบ สามารถติดตามต่อได้ในเนื้อหาของบทความนี้

การนำเสนอคืออะไร
การนำเสนองาน คือกระบวนการสื่อสารเชิงกลยุทธ์เพื่ออธิบายและถ่ายทอดความคิดให้ผู้ฟังเข้าใจผ่านคำพูด รูปภาพ และประสบการณ์ร่วมระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง เพื่อให้ผู้ฟังได้รับสารที่เราต้องการนำเสนอได้อย่างครบถ้วน และเกิดความเข้าใจโดยทั่วกัน
ซึ่งการนำเสนอที่จะทำให้ผู้ฟังเห็นภาพตรงกันได้นั้น จำเป็นต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่างทั้งตัว Presentation ที่เข้าใจง่ายจับประเด็นได้ ข้อมูลที่ครบถ้วนไม่คลาดเคลื่อน การเรียงลำดับ Presentation ให้มีความต่อเนื่อง แนวทางการเล่าเรื่องของผู้พูดให้เหมาะกับผู้ฟัง ไปจนถึงการรับฟังและตอบสนองกับผู้ฟังอย่างเหมาะสม
การนำเสนอจึงเป็นทักษะสำคัญที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ที่แสดงผ่านคำพูด เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจ เห็นภาพ และคล้อยตามไปกับข้อมูลที่เราต้องการนำเสนอ
การนำเสนอที่ดีมีความสำคัญอย่างไร
ทักษะการนำเสนออาวุธลับที่สร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กรได้อย่างมหาศาล หลังจากพูดถึงความหมายของการนำเสนอกันไปแล้ว เราจะมาพูดถึงใจความสำคัญของการนำเสนอที่ดีกันบ้าง โดยการนำเสนอที่ดีมีความสำคัญกับองค์กรดังนี้
- ช่วยให้การประชุมมีคุณภาพ ไม่ยืดเยื้อ จากการนำเสนอที่มีแก่นเรื่อง และแนวทางชัดเจน
- ช่วยให้ทีมเห็นภาพตรงกัน ลดข้อผิดพลาด และความเสี่ยงจากการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนอันก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- ทำให้องค์กรมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นทั้งภายในและภายนอกจากการสื่อสารอย่างมืออาชีพ
- ช่วยให้ลูกค้าหรือทีมบริหารสามารถตัดสินใจง่ายขึ้น เร็วขึ้น จากข้อมูลที่ครบถ้วน และการเล่าเรื่องที่ต่อเนื่องชัดเจน
- ช่วยให้ข้อมูลที่ซับซ้อนเข้าใจง่าย จากการเห็นภาพข้อมูลที่จัดเรียงอย่างเป็นระบบ
นำเสนอข้อมูลอย่างมืออาชีพ ด้วยเทคนิคการนำเสนอยอดนิยม
การนำเสนอที่ดีคือการเล่าเรื่องให้ผู้ฟังเห็นภาพและคล้อยตามกับข้อมูล ซึ่งการนำเสนอที่ดีนั้นสามารถออกแบบและจัดทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่จะมีอยู่ 2 รูปแบบใหญ่ ๆ ที่ทั้งใช้ง่าย และได้รับความนิยม ได้แก่
การทำสไลด์สำหรับการนำเสนอ (Slide Presentation)
การนำเสนอผ่านการทำสไลด์ (Slide Presentation) การสร้างเอกสารสำหรับการนำเสนอรูปแบบหนึ่ง ประกอบไปด้วยข้อความ รูปภาพ กราฟ แผนภูมิ และมีเดียอื่น ๆ ที่เหมาะกับเนื้อหา ซึ่งการออกแบบสไลด์ (Slide Presentation) ที่ดีนั้น ใจความของมันไม่ได้อยู่ที่สีสันหรือความสวยงามเพียงอย่างเดียว เพราะหัวใจหลักของการทำสไลด์ที่ดีอยู่ที่การจัดลำดับความคิดและเรื่องราวให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อหาได้อย่างลึกซึ้ง โดยสไลด์ที่ดีควรมีองค์ประกอบดังนี้
- การนำเสนอที่ดีควรมีโครงสร้างที่ชัดเจน เข้าใจตัวเราว่าต้องการสื่อสารอะไร และเข้าใจผู้ฟังว่าต้องการสาระสำคัญอะไร เพื่อลำดับความสำคัญว่าเนื้อหาใดควรมาก่อนหรือหลัง
- ไม่ควรใส่ข้อความมากเกินไป และใน 1 สไลด์ควรมีใจความสำคัญเพียงเรื่องเดียว
- ควรมีจุดพักสายตา หรือหน้าคั่นในสไลด์เพื่อให้ผู้ฟังสามารถตามเนื้อหาทันระหว่างเปลี่ยนหัวข้อ
- ไม่ควรยัดข้อมูลมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกสับสนจนจับประเด็นไม่ถูก
- หากข้อมูลที่ต้องการอธิบายมีความซับซ้อนและเข้าใจยาก ควรใช้รูปภาพ วิดีโอ แผนภูมิ หรือมีเดียอื่น ๆ แทนการอธิบายผ่านตัวหนังสือ
- ควรจัดสไลด์ให้อยู่ในธีมเดียวกันทั้งเรื่องสี ฟอนต์ และเทมเพลต เพื่อความอ่านง่ายและสบายตาของผู้ฟัง
การนำเสนอด้วยเรื่องเล่า (Storytelling)
Storytelling ท่าไม้ตายที่ทำให้การนำเสนอกลายเป็นเรื่องเล่าที่ผู้ฟังอยากฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยการเรียงข้อมูลอย่างมีทิศทาง มีความต่อเนื่อง และเกี่ยวข้องกัน
SCQA Framework โครงสร้างข้อมูลเพื่อการเล่าเรื่องแบบเข้าใจง่ายผ่านหลักการคิด 4 ขั้นตอน
- S (Situation): การปูพื้นฐานเรื่องเล่าผ่านการบอกเล่าสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพรวมของโครงสร้างก่อนรับข้อมูล
- C (Complication): การบอกเล่าถึงปัญหาที่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกถึงความเร่งด่วนและเข้าใจปัญหาภาพรวมก่อนรับข้อมูล
- Q (Question): การตั้งคำถามที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ฟังเกิดความสนใจและคิดตามไปกับสถานการณ์
- A (Answer): การให้คำตอบ ข้อเสนอแนะ หรือแนวทางการแก้ปัญหาที่เราต้องการนำเสนอ เพื่อให้ผู้ฟังคล้อยตาม

รวมมาให้แล้ว 7 เทคนิคการนำเสนองานแบบมือโปร
เคยไหมเตรียมตัวมาดีแต่พอขึ้นเวทีก็ไปไม่เป็นทุกที ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะเรารวมมาให้แล้วกับ 7 เทคนิคการนำเสนองานแบบมือโปร แนวทางการเอาชนะใจผู้ฟังแบบเห็นผลทันตา จะมีเทคนิคอะไรที่น่าสนใจบ้างมาดูกัน
1. ฝึกวิเคราะห์ผู้ฟังก่อนการนำเสนอ
การนำเสนอที่ดีคือการเข้าถึงกลุ่มผู้ฟัง การวิเคราะห์ผู้ฟังจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำเป็นอันดับแรก เราจึงควรถามตัวเองทุกครั้งก่อนนำเสนอว่าการพูดครั้งนี้เราจะพูดให้ใครฟัง ผู้ฟังต้องการรู้อะไร แล้วเราต้องการผลลัพธ์อย่างไร เพื่อให้การนำเสนอของเราตอบโจทย์ทั้งเราและคนฟัง
2. เตรียมความพร้อมด้วยการฝึกซ้อมก่อนนำเสนอ
ไม่มีใครพูดเก่งตั้งแต่เกิดการฝึกซ้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ความลื่นไหลของข้อมูลระหว่างการพูดเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้การนำเสนอออกมาลื่นไหล และสร้างความมั่นใจให้ตัวเรา
3. เพิ่มความมั่นใจด้วยการแต่งกายเพื่อการนำเสนอ
เพิ่มพลังความมั่นใจให้การนำเสนอด้วยการแต่งกายที่ดูน่าเชื่อถือ ชุดที่ดีช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้พูด เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรมองข้ามเรื่องเสื้อผ้าเป็นอันขาด
4. เพิ่มความลื่นไหลด้วยอุปกรณ์เสริมสำหรับการนำเสนอ
อุปกรณ์เสริมความลื่นไหลในการพูดอย่างรีโมตคลิกสไลด์ เมาส์ไร้สาย หรือแท็บเล็ต หนึ่งในไอเท็มที่ช่วยให้การนำเสนอของคุณลื่นไหล และยังช่วยลดความล่าช้าจากการที่ต้องกลับไปเปลี่ยนสไลด์โดยไม่จำเป็น
5. ลดความประหม่าด้วยการหาจุดโฟกัสระหว่างนำเสนอ
ความประหม่าอีกหนึ่งปัญหาที่เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอ ที่ไม่ว่าจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน แต่พอขึ้นเวทีไปทีไรก็ทำตัวไม่ถูกทุกที เราบอกเลยว่าการหาจุดนำสายตาระหว่างการนำเสนอช่วยคุณได้ ซึ่งคุณสามารถทำได้โดยการมองไปที่ผู้ฟังคนใดคนหนึ่ง หรือจุดนำสายตาตรงกลางห้องก็ได้
6. นำเสนอเรื่องอย่างชาญฉลาดด้วยการเล่าเรื่องแบบ Storytelling
Storytelling หัวใจหลักของการนำเสนอ ที่นอกจากจะทำให้การพูดลื่นไหล และผู้ฟังคล้อยตามแล้ว การเล่าเรื่องแบบ Storytelling ยังช่วยให้เราลดการจำสคริปต์แบบไม่จำเป็นได้อีกด้วย
7. สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดและผู้ฟังด้วยการเปิดโอกาสให้ถาม
การนำเสนอที่ดีไม่ใช่การพูดฝ่ายเดียว แต่คือการสื่อสารกันทั้งสองฝ่าย การเปิดให้ผู้ฟังได้ถามเกี่ยวกับข้อสงสัยจึงเป็นจุดใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม
หลักสูตรแนะนำ

Visualization Design for Data-driven Storytelling
สื่อการนำเสนอ คือ ภาษาภาพของคนทำงานยุคใหม่ การสื่อสารผ่านสื่อการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่ใช่แค่การจัดเรียงข้อความ แต่ต้องผ่านการคิดอย่างเป็นระบบ จัดลำดับเนื้อหาให้ง่ายต่อการเข้าใจ และใช้ภาพเล่าเรื่องเพื่อสร้างอารมณ์และความเข้าใจ หลักสูตรนี้จึงสอนเทคนิคการออกแบบสื่อการนำเสนออย่างมีโครงสร้างและสื่อสารอารมณ์ เปลี่ยนผู้เรียนจากผู้จัดข้อมูลธรรมดาให้กลายนเป็น “นักเล่าเรื่องด้วยข้อมูล” ที่สามารถสื่อสารความคิดผ่านสื่อการนำเสนอได้อย่างมั่นใจ เข้าใจง่าย และน่าจดจำ
หลักสูตร Visualization Design for Data-driven Storytelling จึงถูกออกแบบบนพื้นฐาน Data Storytelling Framework ครอบคลุมทั้ง Narrative Design, Visual Design และ Data Design เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสร้างสื่อการนำเสนอที่ชัดเจน โดนใจ และทรงพลัง ไม่ว่าจะใช้ในประชุมทีมหรือเวทีใหญ่
หลักสูตรนี้เหมาะกับ
‘Visualization Design for Data-driven Storytelling’ พนักงานทุกระดับตั้งแต่ พนักงานทั่วไป, Manager, Director ไปจนถึง C-level Executives
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ
- ฝึกออกแบบสื่อด้วย Data Storytelling: Narrative Design, Visual Design, Data Design เพื่อให้โครงสร้างชัดเจน ดึงดูด น่าเชื่อถือ
- ฝึกแปลงข้อมูลซับซ้อน เป็นเรื่องเล่าง่ายและโน้มน้าวใจ
- ฝึกกลั่นสาร ให้สารหลักชัดเจน กระชับ ทรงพลัง
- ออกแบบภาพสื่อสารอย่างมีระบบ ใช้สี ฟอนต์ องค์ประกอบ และจังหวะสายตาให้เข้าใจง่ายและสื่ออารมณ์
- ทำ Workshop แปลงสื่อข้อมูลล้วนให้เป็นสื่อนำเสนอที่เข้าใจง่าย ดึงดูด และน่าเชื่อถือ
รายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติม > คลิกที่นี่
ติดต่อปรึกษา BASE Playhouse ฟรี! โทร 094-191-4626 หรือกรอกข้อมูลเพื่อติดต่อกลับ ที่นี่
----------------------------------
อ้างอิง
เทคนิคการนำเสนอผลงานอย่างมืออาชีพ (Professional Presentation Techniques)






