Experiential Learning คืออะไร? เรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อพัฒนาตนอย่างแท้จริง

Experiential Learning ถือเป็นวงจรการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ เพื่อสร้างประสบการณ์ สะท้อนคิด สังเคราะห์แนวคิด และนำไปใช้จริงได้

January 5, 2026
·
0
mins
CONSULT WITH US
Experiential Learning คืออะไร? เรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อพัฒนาตนอย่างแท้จริง
Share
Consult with us
Elevate your experience with us

การเรียนรู้แบบ Experiential Learning คือ วิธีการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้ลงมือทำจริง ทดลอง และสะท้อนผลจากประสบการณ์ของตัวเอง ซึ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง Experimential Learning ถือเป็นแนวทางที่ช่วยพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกัน การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา ทำให้ทีมพร้อมรับมือกับความท้าทายในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเรียนรู้แบบ Experiential Learning คืออะไร

การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ หรือ Experiential Learning คือ แนวทางที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่าน “การลงมือปฏิบัติจริง” และ “การสะท้อนกลับและประเมินผล” แตกต่างการการเรียนรู้แบบเดิมที่อาศัยการบรรยายเป็นหลักโดยผู้เรียนท่องจำแต่ไม่เข้าใจจริงๆ 

แนวคิดหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน คือ ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory: ELT) โดย David A. Kolb ได้นำเสนอถึงวงจรที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ 4 ขั้น (Experiential Learning Cycle: ELT Cycle) ได้แก่ 

  1. ประสบการณ์ คือ การเข้าไปอยู่ในประสบการณ์ หรือการสร้างสถานการณ์ให้เกิดประสบการณ์
  2. การสะท้อนคิด คือ การสะท้อนประสบการณ์นั้น ผ่านการตกผลึกความคิด ความรู้สึก อารมณ์ ผ่านการตั้งคำถาม
  3. การสร้างแนวคิดเชิงนามธรรม เป็นการวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้ที่ได้รับ
  4. การทดลองปฏิบัติจริง การนำเอาความรู้ที่ได้รับไปทดลองทำ หรือนำข้อคิดไปใช้

การเรียนรู้แบบ Experiential Learning มีข้อดีอย่างไร

การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ช่วยทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งในเรื่องนั้น ๆ เพราะได้เกิดการลงมือทำจริงๆ โดยข้อดีของ Experiential Learning มีหลายประการ ดังนี้ 

  • นำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง

 ผู้เรียนจะสามารถเชื่อมโยงความรู้ทางทฤษฎีที่ได้เรียนรู้กับการนำมาปรับใช้กับประสบการณ์จริง เมื่อได้ปฏิบัติจริงแล้วนั้น ผู้เรียนจะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและสามารถจดจำได้จากความเข้าใจไม่ใช้การท่องจำ

  • เพิ่มความมั่นใจ 

การเรียนรู้แบบ Experiential Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างประสบการณ์ ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้พัฒนาทักษะ และมีความมั่นใจมากขึ้นในการตัดสินใจและการจัดการสถานการณ์ต่างๆ 

  • ช่วยให้เกิดการเรียนรู้แบบองค์รวม 

การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจะทำให้ผู้เรียนมองเห็นโลกรอบด้าน ในการทำโครงการหรือกิจกรรมหนึ่งให้สำเร็จได้ จำเป็นต้องประยุกต์ใช้ความรู้หลายๆ ศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือสร้างแนวทางการพัฒนาในเรื่องนั้นๆ จึงทำให้เกิดการเรียนรู้แบบองค์รวม

  • ช่วยพัฒนาทักษะชีวิต 

ผู้เรียนจะมีการพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กับทักษะทางวิชาการ โดยเฉพาะทักษะในศตวรรตที่ 21 เช่น ความยืดหยุ่น การปรับตัว การคิดวิเคราะห์ การคิดเชิงวิพากย์ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการแก้ไขปัญหา เป็นต้น ซึ่งทักษะเหล่านี้จะเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตได้ตลอดไป

หลักการสำคัญของการเรียนรู้แบบ Experiential Learning

การเรียนรู้แบบ Experiential Learning เป็นแนวทางการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับตัวผู้เรียนเป็นหลัก เน้นการลงมือปฏิบัติจริงโดยมีเป้าหมายและบริบทชัดเจนหัวใจคือการทำให้ผู้เรียนสามารถสะท้อนความคิดและให้ข้อเสนอแนะได้ ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อนุญาตให้งานสามารถผิดพลาดล้มเหลวได้โดยไม่ถูกตำหนิ

หลักการสำคัญของการเรียนรู้จากประสบการณ์จะอ้างอิงตาม ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ ของ David A. Kolb ที่เสนอถึงวงจรของการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 

  1. ประสบการณ์รูปธรรม (Concrete Experience) คือ การให้ผู้เรียนได้เข้าไปมีส่วนร่วม สร้างประสบการณ์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้ผู้เรียนได้ลงมือทำจริงๆ 
  2. การสะท้อนคิด (Reflective observation) เมื่อได้ลองเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติจริงแล้ว ก็จะต้องมีการทบทวน  สะท้อนคิด ผ่านการพูดคุยเพื่อสรุปผลสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการได้ลงมือทำ
  3. การสร้างแนวคิดเชิงนามธรรม (Abstract conceptualization) ผู้เรียนนำเอาข้อสรุปที่ได้จากการสะท้อนคิด มาอภิปรายเพื่อเชื่อมโยงกับแนวคิดทฤษฎี แล้วจึงสรุปและนำเสนอเป็นองค์ความรู้ใหม่
  4. การทดลองปฏิบัติจริง (Active experimentation) ผู้เรียนนำเอาแนวคิดที่ได้ไปทดลองใช้ในสถานการณ์จริงที่แตกต่างออกไป เพื่อเป็นการทดสอบว่าความรู้หรือแนวคิดนั้นใช้ได้หรือไม่ ท้ายที่สุดจะเกิดเป็นประสบการณ์ใหม่ และจึงวนไปสู่ขั้นตอนที่หนึ่งอีกครั้ง เป็นวงจรต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

วิธีการประยุกต์ใช้การเรียนรู้แบบ Experiential Learning

  • ออกแบบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานจริง
    เช่น การจำลองสถานการณ์ หรือเวิร์กช็อปที่สะท้อนความท้าทายในการทำงาน เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดและลงมือทำจริง
  • จัดช่วงสะท้อนและสรุปบทเรียน (Debrief Session)
    เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง และสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน
  • เปิดรับข้อเสนอแนะ
    เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุง และพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
  • ปรับกิจกรรมให้เหมาะกับบริบทของผู้เรียนและองค์กร
    เพื่อให้เนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้สอดคล้องกับเป้าหมายและวัฒนธรรมขององค์กร

เพื่อให้การเรียนรู้แบบ Experiential Learning เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในบริบทของการทำงาน องค์กรสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับใช้ในการออกแบบกิจกรรมหรือโปรแกรมพัฒนาทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรียนรู้ผ่านด้วยการเล่นด้วย “Gamification” 

เพราะการเรียนรู้แบบ Experiential Learning เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ เพื่อสร้างประสบการณ์ สามารถสะท้อนความคิดและนำไปใช้จริงในสถานการณ์ใหม่ๆ เรียกว่าเป็นวงจรการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดย BASE Playhouse ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ผ่าน Gamification หรือการใช้กลไกของเกมและองค์ประกอบของความสนุก (Elements of fun) มากระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเชิงบวกและพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่ทั้งสนุก ท้าทาย และน่าประทับใจ

เปิดประสบการณ์การเทรนนิ่งพนักงานแบบใหม่ไปกับ BASE Playhouse