6 วิธีการเสริมสร้าง Sense of Ownership บูสต์ความสำเร็จให้องค์กร

วิธีเสริมสร้าง Sense of Ownership ในองค์กร เริ่มจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมและรู้สึกว่าบทบาทของตัวเองสำคัญต่อทีม

March 25, 2026
·
0
mins
CONSULT WITH US
6 วิธีการเสริมสร้าง Sense of Ownership บูสต์ความสำเร็จให้องค์กร
Share
Consult with us
Elevate your experience with us

วิธีเสริมสร้าง Sense of Ownership ในองค์กร เริ่มจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมและรู้สึกว่าบทบาทของตัวเองสำคัญต่อทีม โดยผู้นำหรือหัวหน้าควรให้ความไว้วางใจ ให้อิสระในการตัดสินใจ รวมไปถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อความรู้สึก “เป็นเจ้าของงาน”

Ownership คืออะไร?

Ownership หรือ Sense of Ownership คือแนวคิดที่พนักงานรู้สึกว่าตนเองเป็นเหมือน “เจ้าของงาน” มีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ และไม่ได้มองว่างานเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องทำให้เสร็จเท่านั้น โดยพนักงานที่มี Ownership Mindset จะมองงานเป็นเหมือนสิ่งที่ตนเองต้องดูแลให้ดี เพื่อให้เกิดเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ตัวอย่างพฤติกรรมของพนักงานที่มี Ownership Mindset เช่น

  • ทำงานเต็มความสามารถ พร้อมรับผิดชอบเมื่อเกิดข้อผิดพลาด
  • มองหาวิธีแก้ปัญหาและเสนอแนวทางปรับปรุงการทำงานอยู่เสมอ
  • ติดตามความคืบหน้าของงานและผลลัพธ์ด้วยตนเอง
  • ใส่ใจหน้าที่ของตนเอง รวมถึงผลงานของทั้งทีมและองค์กร

พฤติกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพนักงานมีความผูกพันกับงานและทีมมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเพิ่ม Employee Engagement และประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร

ความสำคัญของ Sense of Ownership ในที่ทำงาน

พนักงานที่มี Sense of Ownership มักมีความรับผิดชอบและทุ่มเทกับงานมากขึ้น เพราะพวกเขามองเห็นว่างานที่ทำมีผลต่อความสำเร็จของทีมและองค์กร เมื่อพนักงานรู้สึกเป็นเจ้าของงาน ก็มีแนวโน้มที่จะใส่ใจคุณภาพของงาน ร่วมมือกับทีม และพยายามพัฒนาวิธีการทำงานให้ดีขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรโดยรวมดีขึ้น

งานวิจัยพบว่าพนักงานมี Sense of Ownership มักมี Performance ที่ดีกว่า, ได้ค่าตอบแทนสูงกว่า, มีความมั่นคงในการทำงานมากกว่า รวมถึงทำให้องค์กรมีความมั่นคงมากขึ้น โดยจากการทบทวนงานวิจัย 129 ชิ้น พบว่าประมาณ 2 ใน 3 ของการศึกษายืนยันว่า Sense of Ownership ส่งผลเชิงบวกต่อทั้ง Performance ขององค์กรและทัศนคติของพนักงาน

(ที่มา: IZA Institute of Labor Economics)

เราจึงสามารถสรุปได้ว่า Sense of Ownership ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อ Performance แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกผูกพันต่อองค์กร ลดอัตราการลาออก และเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานในระยะยาวด้วย

6 วิธีการเสริมสร้าง Sense of Ownership ในองค์กร

วิธีการเสริมสร้าง Sense of Ownership ในองค์กรสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสร้างความไว้วางใจ การเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การยอมรับผลงานของทีม รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่สนับสนุนความรับผิดชอบร่วมกัน

การสร้าง Sense of Ownership ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่องค์กรเองก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กรที่ช่วยสนับสนุน Ownership Mindset ด้วย 

โดยวิธีเสริมสร้าง Sense of Ownership มีดังนี้

1. ให้ความไว้วางใจและเปิดโอกาสให้พนักงานตัดสินใจ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการสร้าง Ownership คือการทำให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรไว้วางใจในความสามารถของพวกเขา ผู้นำหรือหัวหน้าทีมควรเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถตัดสินใจในงานที่ตนรับผิดชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงาน เครื่องมือที่ใช้ หรือขอบเขตของงาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการ Micromanage

2. เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม นอกเหนือจากชิ้นงานที่ทำ

การให้พนักงานมีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผนหรือการตัดสินใจในเรื่องที่มีผลต่อทีม เช่น การกำหนดเป้าหมาย หรือการพัฒนา Workflow จะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าความคิดเห็นของตนเองมีคุณค่า และทำให้พวกเขามีส่วนร่วมต่อความสำเร็จของงานมากขึ้น

3. ให้รางวัลกับความรับผิดชอบ สร้าง Positive Reinforcement

การสร้าง Sense of Ownership สามารถทำได้ผ่านการสร้าง Positive Reinforcement หรือการเสริมแรงเชิงบวก เมื่อพนักงานแสดงความรับผิดชอบ เช่น ติดตามงานให้เสร็จโดยไม่ต้องรอให้ทวง ประสานงานกับทีมอื่นเพื่อแก้ไขปัญหาทันที หรือหาวิธีป้องกันข้อผิดพลาดก่อนที่จะเกิด ผู้นำควรให้การยอมรับหรือให้รางวัลในรูปแบบที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นคำชม การยกย่องผลงานในทีม หรือรางวัลเล็ก ๆ ที่ช่วยสร้างแรงจูงใจ

4. สนับสนุนการพัฒนาและการเรียนรู้

องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของพนักงาน มักช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีโอกาสเติบโตในระยะยาว การจัดอบรม การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ หรือการเปิดโอกาสให้พนักงานเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงาน จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้พนักงานมีความรับผิดชอบต่อบทบาทของตนเองมากขึ้น

เสริมสร้าง Ownership สร้างผู้นำและหัวหน้างานที่เต็มไปด้วยทักษะในการบริหารงาน บริหารคน และบริหารทีมด้วยหลักสูตร Manager & Leadership Excellence Series จาก BASE Playhouse

5. สร้างระบบการสื่อสารในองค์กรที่เปิดกว้าง

การสื่อสารภายในองค์กรที่โปร่งใสช่วยให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายและทิศทางขององค์กรได้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นหรือเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร

6. ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม

Sense of Ownership ไม่ได้เกิดขึ้นในระดับบุคคลเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นในระดับทีมได้เช่นกัน องค์กรควรส่งเสริมการทำงานร่วมกัน การแบ่งปันความรับผิดชอบ และการช่วยกันแก้ไขปัญหา เพื่อให้ทีมรู้สึกว่าทุกคนมีส่วนร่วมต่อผลลัพธ์ของงาน

4 พฤติกรรมในองค์กรที่บั่นทอน Sense of Ownership โดยไม่รู้ตัว

แม้องค์กรต้องการสร้าง Sense of Ownership แต่บางพฤติกรรมในที่ทำงานอาจทำให้พนักงานจากที่เคยมีความกระตือรือร้น กลายเป็นเพียงผู้ทำงานตามหน้าที่โดยไม่รู้ตัว เช่น

  • Micromanagement – การควบคุมงานทุกขั้นตอนทำให้พนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความไว้วางใจ จึงลดความกล้าในการตัดสินใจหรือริเริ่มสิ่งใหม่
  • เป้าหมายและบทบาทไม่ชัดเจน – เมื่อพนักงานไม่เห็นว่างานของตนเชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กรอย่างไร ความรู้สึกเป็นเจ้าของงานก็อาจลดลง
  • ขาดการยอมรับผลงาน – หากความพยายามหรือไอเดียของพนักงานไม่ได้รับการยอมรับ อาจทำให้แรงจูงใจในการทุ่มเทลดลง
  • วัฒนธรรมที่ไม่เปิดรับความคิดเห็น – เมื่อพนักงานรู้สึกว่าเสียงของตนไม่มีผลต่อการตัดสินใจ ก็อาจลดการมีส่วนร่วมกับงานและทีม

เสริมสร้าง Sense of Ownership เริ่มได้จากการพัฒนาผู้นำ

Sense of Ownership ในทีมไม่ได้เกิดขึ้นจากพนักงานเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้นำและหัวหน้าทีมมีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความรับผิดชอบ ความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วมของทีม 

สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะผู้นำและหัวหน้างานเพื่อสร้างทีมที่มีความรับผิดชอบและทำงานอย่างมีส่วนร่วม หลักสูตร BASE Playhouse อย่าง Manager & Leadership Excellence Series ออกแบบมาเพื่อช่วยยกระดับทักษะการบริหารทีม การสื่อสาร และการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำยุคใหม่ ผ่านการฝึกปฏิบัติจริง เช่น role-play และ simulation ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำทักษะไปใช้กับการทำงานจริง