7 เทคนิค Storytelling ทรงพลัง ขับเคลื่อนการเรียนรู้ในองค์กร
การใช้ Storytelling เพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้ ช่วยการจดจำ กระตุ้นอารมณ์ ซึ่งประยุกต์ใช้ในชีวิตการทำงานได้จริง และเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่คนทำงานยุคใหม่ควรมี

รู้หรือไม่ว่า การเล่าเรื่องที่ดีสามารถทำให้ผู้ฟังเรียนรู้ได้มากกกว่าเดิม? การใช้ Storytelling เพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้ เป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีประโยชน์ในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการอบรม การสื่อสารนโยบาย หรือการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ โดยการเล่าเรื่องจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม สร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้สอนและผู้เรียน และยังทำให้ผู้เรียนเข้าใจสิ่งที่เรียนได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วย
ทักษะ Storytelling คืออะไร
Storytelling คือ การเล่าเรื่องเพื่อถ่ายทอดความรู้หรือประสบการณ์ โดยเรื่องเล่าจะถูกถ่ายทอดออกมาพร้อมกับข้อความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอที่มีอารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้ผู้ฟังเข้าใจและจดจำได้ง่ายขึ้น
ทักษะ Storytelling สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตการทำงานได้ เพราะการเล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิงจะช่วยเปลี่ยนข้อมูลที่เข้าใจยากให้จับต้องง่ายขึ้น ทำให้ผู้ฟังเห็นภาพ เกิดความรู้สึกร่วม และจดจำข้อมูลได้แม่นยำมากขึ้น การใช้ Storytelling เพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสกิลที่ช่วยเพิ่มศักยภาพทีมงาน ทั้งในด้านการคิด การสื่อสาร และการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล

การใช้ Storytelling ช่วยขับเคลื่อนการเรียนรู้ได้อย่างไร
การเล่าเรื่องที่ดีเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน การใช้ Storytelling เพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้มีความสำคัญ ดังนี้
- สร้างความผูกพันทางอารมณ์ เรื่องเล่าที่มีอารมณ์ร่วมช่วยให้ผู้ฟังอยากติดตามจนจบ เพราะเนื้อหาที่ถูกส่งต่อมีความหมายมากกว่าแค่การได้รับข้อมูล
- เพิ่มความน่าจดจำ เรื่องที่มีโครงเรื่องที่ดีมักสร้างความน่าจดจำได้มากกว่าเรื่องเล่าทั่วไป
- ทำให้เห็นภาพชัด เรื่องยาก ๆ จะเข้าใจง่ายขึ้นเมื่อใช้หลักการ Storytelling ที่เหมาะสม
- เชื่อมโยงผู้เล่าและผู้ฟัง การเล่าเรื่องที่ดีช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจเจตนาของผู้เล่าได้ลึกซึ้งมากกว่าเดิม

7 เทคนิค Storytelling เพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้อย่างมีความหมาย
ถ้าต้องการให้การใช้ Storytelling เพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้เกิดผลจริง จำเป็นต้องมีการออกแบบเรื่องเล่าอย่างมีทักษะด้วยเทคนิคต่อไปนี้
1. ใช้โครงสร้างที่ดึงดูดใจ
การเริ่มต้นด้วยการเกริ่น (Setup) ต่อด้วยการสร้างปมชวนสงสัย (Conflict) และจบด้วยการคลี่คลายปม (Resolution) จะช่วยดึงดูดความสนใจ และทำให้ผู้ฟังอยากฟังต่อจนจบได้
2. ทำให้ตัวละครเข้าถึงได้ง่าย
การเล่าเรื่องของตัวละครที่ผู้ฟังรู้จัก เข้าใจง่าย หรือเจอสถานการณ์คล้าย ๆ กัน มีส่วนทำให้เกิดการเชื่อมโยงทางอารมณ์ได้ง่ายมากกว่า
3. เล่าผ่านอารมณ์
การใช้อารมณ์เข้ามาผสมกับเรื่องเล่าจะช่วยให้เรื่องราวน่าติดตามมากขึ้น เพราะอารมณ์จะฝังลึกลงไปในความรู้สึกและสร้างประสบการณ์ในการฟังที่ดีได้
4. เชื่อมเรื่องราวเข้ากับเป้าหมาย
เรื่องราวที่เล่าควรเชื่อมต่อกับเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร เพื่อช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจประเด็นและไม่หลุดโฟกัสไปไกล
5. ย้ำ Key Message
การใช้เทคนิคการเล่าเรื่อง Storytelling ที่ดีต้องไม่ลืมทวน Key Message หรือใจความสำคัญที่ต้องการสื่อสาร เพื่อให้ผู้ฟังจดจำแก่นของเรื่องได้
6. ให้ภาพช่วยพูด
การใช้ภาพประกอบ เสียง หรือคำบรรยาย แทนที่จะอธิบายด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว จะช่วยให้ผู้ฟังเห็นภาพชัดขึ้น และเข้าใจสิ่งที่ผู้เล่าต้องการสื่อได้มากกว่า
7. จบด้วยคำถามหรือข้อคิด
การกระตุ้นให้ผู้ฟังได้นำเอาข้อมูลที่ได้รับไปขบคิดต่อ จะช่วยให้พวกเขาผูกเรื่องที่ฟังเข้ากับประสบการณ์จริงของตัวเอง และช่วยกระตุ้นความสนใจหรือสร้างอารมณ์ร่วมได้มากขึ้น
ทักษะ Storytelling ที่ดี มีอะไรบ้าง
การสร้างเรื่องเล่าที่น่าจดจำต้องมีคุณสมบัติหลายอย่างผสมกัน โดย Storytelling ที่ดีควรประกอบไปด้วย
- การวางโครงสร้างของเรื่องที่ชัดเจน
- การเล่าเรื่องอย่างเป็นลำดับ ไม่วกวน
- โทนการเล่าที่เป็นมิตร เหมาะสมกับบริบท
- การเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ากับประสบการณ์ผู้ฟัง
เทคนิคเหล่านี้ล้วนแต่สนับสนุนให้การใช้ Storytelling เพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งสิ้น
การใช้ Storytelling เพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจได้เร็วขึ้น จดจำได้นาน และนำไปใช้ได้จริง ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมหลายองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับการ Storytelling เพราะสิ่งนี้คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้องค์กรเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ฝึกทักษะ Storytelling สร้าง Presentation ที่ทรงพลัง
ทุกคนสามารถเป็นผู้เล่าที่ขับเคลื่อนการเรียนรู้ขององค์กรได้ BASE Playhouse นำเสนอหลักสูตรจาก Powerful Communication & Collaboration Series: Presentation ที่ดีต้องเปลี่ยนแปลงคนได้ เริ่มจากตรงนี้ ที่เหมาะกับทั้งบุคลากรพนักงานทั่วไปและหัวหน้างาน
เพราะในปัจจุบันที่ข้อมูลในการทำงานมีมากมายมหาศาล ทำให้โจทย์ในการนำเสนอข้อมูลให้จบภายในไม่กี่สไลด์เป็นสิ่งที่สำคัญมากในปัจจุบัน ในคอร์สนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างทักษะและความรู้ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาการนำเสนอและการออกแบบให้น่าสนใจ
- ฝึกการเรียบเรียงเรื่องราวจากการโครงสร้างของการเล่าเรื่อง รู้จักโครงสร้างการเล่าเรื่องของบริบทการประชุมทางธุรกิจที่ต่างกัน เพื่อออกแบบการนำเสนอได้เหมาะสมกับเป้าหมายการประชุม
- เรียนรู้ทักษะการจำลองผู้ฟัง (Audience Persona) เพื่อนำมาใช้จัดระเบียบเนื้อหาในการนำเสนอสไลด์ให้น่าสนใจ
- สามารถระบุลักษณะและวิเคราะห์ความต้องการของผู้รับสารหรือผู้ตัดสินใจในที่ประชุมได้
คอร์สนี้ตจะมอบหลักการและแนวคิดที่ผู้เรียนสามารถหยิบนำกลับไปใช้ในการพัฒนาทักษะการนำเสนอ พร้อม Story Journey Canva ที่ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเตรียมเนื้อหาการประชุม






