ทำยังไงเมื่อหมดไฟในการทำงาน กับวิธีการเติมแพชชั่นที่ HR ควรรู้
ภาวะหมดไฟในการทำงาน หมดแพชชั่นในการใช้ชีวิต หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่พนักงานออฟฟิศหลายคนกำลังเผชิญ รับมือกับปัญหาพร้อมเติมแพชชั่นให้ตัวเองได้ที่นี่!

ภาวะหมดไฟในการทำงาน ตัวการขัดขวางการพัฒนาตนเอง
แพชชั่นในการทำงานถือเป็นพลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้พนักงานสร้างผลงานที่มีคุณภาพและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ แต่เมื่อพลังและแรงจูงใจเหล่านั้นค่อย ๆ ลดลงไป สิ่งนี้ก็อาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟในการทำงานได้เช่นกัน
แล้วสำหรับองค์กรที่กำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ เราบอกเลยว่าการตระหนักรู้ถึงสัญญาณของปัญหา และให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจถือเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพนักงานของเราอยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงาน เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสัญญาณเตือน พร้อมแนวทางการสร้างแรงจูงใจในบทความนี้!
แพชชั่นในการทำงานคืออะไร?
แพชชั่นคือ ความลุ่มหลง ความชื่นชอบ ความหลงใหล ความกระตือรือร้นอย่างลึกซึ้งต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยว งานศิลปะ ดนตรี หนังสือ รวมไปถึงอาชีพหรืองานประจำที่กำลังทำ โดยส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับความรู้สึก เพราะทำให้รู้สึกถึงแรงสนับสนุน แรงผลักดัน และแรงบันดาลใจ ส่งผลให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำสิ่งที่สนใจอย่างเต็มที่และได้ผลตอบรับที่ดี ซึ่งแพชชั่นของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนตัว
แพชชั่นในการทำงานคืออะไร?
ในบริบทของการทำงาน แพชชั่นคือ ความรัก ความสนใจ และความชื่นชอบ ที่มีต่องานหรือหน้าที่ที่ตนเองรับผิดชอบ ที่ทำให้พนักงานรู้สึกกระตือรือร้น มีแรงผลักดัน พร้อมทุ่มเทเวลา และมีความตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ไปจนถึงพยายามให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จบรรลุเป้าหมายอย่างมีคุณภาพ โดยไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อหน่าย ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับภาวะหมดไฟในการทำงาน
ภาวะหมดไฟในการทำงานคืออะไร กับสาเหตุหลักที่เกิดขึ้นได้
ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) คือภาวะที่บุคคลรู้สึกอ่อนล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ความกระตือรือร้นและแรงจูงใจในการทำงานลดลง ซึ่งอาจมาพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย หรือรู้สึกว่าการทำงานที่เคยทำได้ดีเริ่มยากขึ้น
โดยสาเหตุหลักของภาวะหมดไฟในการทำงานนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ภาระงานที่มากเกินไป ความกดดันจากเป้าหมายที่สูงเกินไป การทำงานล่วงเวลา ความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวที่ลดลง ไปจนถึงการขาดแรงสนับสนุนจากทีมหรือองค์กร ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข ภาวะนี้อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลง ที่อาจนำไปสู่การไม่พัฒนาตนเองในระยะยาว

เช็คลิสต์คนหมดแพชชั่น กับ 5 สัญญาณเตือนภาวะหมดไฟในการทำงาน
หลังจากพูดถึงสาเหตุและภาพรวมของภาวะหมดไฟในการทำงานกันไปแล้ว หลายคนคงสงสัยกันไม่น้อยว่าในตอนนี้เราเข้าข่ายอาการหมดแพชชั่นแล้วหรือยัง ไม่ต้องเดาอีกต่อไป เพราะเราลิสต์มาให้แล้วกับ 5 สัญญาณเตือนภาวะหมดไฟในการทำงานจะมีอะไรบ้าง มาดูกัน
1. รู้สึกเหนื่อยล้าหรือหมดพลังอยู่ตลอดเวลา
เหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลาแม้จะพักผ่อนเพียงพอ หรือรู้สึกไม่มีแรงใจในการเริ่มต้นวันใหม่ หากเพื่อน ๆ มีอาการเหล่านี้อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะความรู้สึกเหนื่อยล้าทางใจแบบนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่คนหมดไฟในการทำงานมักจะเจอเหมือน ๆ กัน
2. หมดความกระตือรือร้นกับงานที่เคยชอบ
รู้สึกว่างานที่เคยทำอย่างสนุกสนาน เคยทุ่มเทเต็มที่ กลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ และพยายามทำให้เสร็จไปวัน ๆ หรืออาจรู้สึกหมดแพชชั่น ที่ทำให้ไม่รู้สึกตื่นเต้นกับความสำเร็จเหมือนอย่างเคย
3. ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
เริ่มรู้สึกว่างานที่เคยทำได้ง่าย ๆ ต้องใช้เวลานานขึ้น มีสมาธิจดจ่อกับงานน้อยลง ไปจนถึงทำงานผิดพลาดบ่อยขึ้น ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นผลมาจากความเครียดสะสม อาการหมดแพชชั่น และความเหนื่อยล้าสะสมในการทำงาน
4. มองงานในแง่ลบหรือไม่พอใจกับงานที่ทำ
จากเดิมที่เคยมองว่างานที่ทำคือโอกาสและมีแพชชั่นในการทำให้สำเร็จ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่างานที่ทำเป็นภาระ เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ หรือไม่รู้สึกท้าทายอีกต่อไป
5. รู้สึกห่างเหินจากเพื่อนร่วมงานหรือองค์กร
ผู้ที่มีภาวะหมดไฟในการทำงานมักมีความรู้สึกไม่อยากมีส่วนร่วมกับทีม เช่น ไม่อยากเข้าประชุม ไม่อยากพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงไม่อยากไปทำงาน
ภาวะหมดไฟในการทำงานอันตรายหรือไม่? กับผลกระทบต่อร่างกายและคนรอบข้าง
เคยไหมตื่นเช้าขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าการไปทำงานไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้นอีกต่อไป จากความกดดัน งานที่ถาโถม และความเหนื่อยล้าที่สะสม ทำให้แพชชั่นในใจที่เคยมีค่อย ๆ หายไป จนกลายเป็นภาวะหมดไฟในการทำงานโดยไม่รู้ตัว สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับความรู้สึกเหล่านี้อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะภาวะหมดไฟส่งผลต่อชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด โดยภาวะหมดไฟในการใช้ชีวิตส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ดังนี้
ผลกระทบต่อตนเอง
1. ภาวะความเครียดสะสม: รู้สึกเครียด กดดัน และไม่มีความสุขกับงานที่ตนเองรับผิดชอบ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตได้
2. ขาดแรงจูงใจ: เมื่อพนักงานรู้สึกหมดไฟในการทำงานอาจทำให้ขาดแรงจูงใจ ขาดความหลงใหล ความตั้งใจ ที่จะทำงานให้ออกมาดีที่สุด ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
3. ขาดการพัฒนา: ขาดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากอาการหมดแพชชั่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่ปัญหาที่ทำให้พนักงานไม่เติบโตในสายงานที่ทำ
ผลกระทบต่อองค์กร
1. ประสิทธิภาพการทำงานลดลง: อาการหมดไฟในการทำงานเป็นต้นตอของปัญหา ที่ทำให้พนักงานหมดความกระตือรือร้นในการทำงาน ไม่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่อาจส่งผลให้คุณภาพของผลงานลดลง
2. ความผูกพันต่อองค์กรลดลง: พนักงานที่หมดแพชชั่นมักจะสูญเสียความรักความผูกพันที่มีต่อองค์กร จนเริ่มมองหางานหรือองค์กรใหม่ที่น่าสนใจ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของพนักงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการทำงาน
3. บรรยากาศในการทำงานไม่เป็นมิตร: อาการหมดไฟในการทำงานไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการทำงานภายในทีม เพราะเมื่อพนักงานขาดความกระตือรือร้น ความตั้งใจ และไม่อยากมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของทีม สิ่งนี้อาจทำให้สมาชิกคนอื่นภายในทีมรู้สึกไม่เท่าเทียม จากการไม่ได้รับการสนับสนุนหรือการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ส่งผลให้บรรยากาศการทำงานภายในทีมเกิดความตึงเครียดได้

หมดไฟในการทำงานแก้ได้ง่าย ๆ กับ 5 วิธีปลุกแพชชั่นในตัวคุณ
1. ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย
“มนุษย์มีทางเลือกเสมอ” เพราะฉะนั้น แทนที่จะต้องจมอยู่กับอาการหมดไฟในการทำงาน เราสามารถเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงและลงมือทำอะไรใหม่ ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นได้เสมอ เริ่มจากการ “ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย” ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจและจิตใจที่อยากฮึดสู้อีกครั้ง โดยการแบ่งเป็น “เป้าหมายใหญ่” และ “เป้าหมายย่อย” เพื่อให้เห็นความคืบหน้าและระยะทางที่ค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่ความสำเร็จ
2. พัฒนาทักษะใหม่ ๆ
แพชชั่น คือความหลงใหลในสิ่งที่ตนเองสนใจ ดังนั้นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่ตนเองสนใจหรือยังไม่ถนัด จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สร้างความท้าทาย และความรู้สึกตื่นเต้นให้กับผู้ที่มีภาวะหมดไฟได้
3. แก้สภาวะหมดไฟในการทำงานด้วยการมองหาความหมายของสิ่งที่ทำ
การมองหาความหมายของงานหรือสิ่งที่กำลังทำอยู่ วิธีเติมแพชชั่นง่าย ๆ ที่ช่วยทั้งพนักงานและองค์กร โดยเราสามารถมองหาความหมายจากสิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ ผ่านการคิดทบทวนจุดมุ่งหมาย คุณค่า และโอกาสจากสิ่งที่เรากำลังทำ
4. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
บางครั้งความรู้สึกหมดไฟในการทำงานอาจไม่ได้มาจากปัญหาที่เจอในแต่ละวันเพียงอย่างเดียว เพราะในบางครั้งอาการหมดแพชชั่นก็สามารถเกิดได้จากปัญหาด้านสุขภาพได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่นพักผ่อนไม่เพียงพอต่อเนื่องเป็นเวลานานจนส่งผลกระทบต่อร่างกายและอารมณ์จนไม่สามารถควบคุมได้
5. สร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว
Work Life Balance เทรนด์การทำงานของพนักงานยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ตัวช่วยป้องกันปัญหาภาวะหมดไฟในการทำงาน พร้อมเติมแพชชั่นให้ชีวิตการทำงานสมดุลมากขึ้น โดยเราสามารถสร้างสมดุลได้ง่าย ๆ ผ่านการออกไปท่องเที่ยวพักผ่อน ออกกำลังกาย ไปจนถึงการหาเวลาทำสิ่งที่ตนเองชอบ

เติมแพชชั่นอย่างไร เมื่อพนักงานหมดไฟในการทำงาน กับวิธีแก้ง่าย ๆ ที่ HR ต้องรู้!
แพชชั่น คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข และช่วยสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้กับการทำงาน เมื่อพนักงานเกิดอาการ “หมดไฟในการทำงาน” HR ที่ดีจึงควรมีบทบาทในการช่วยเหลือ ดูแล และคอยกระตุ้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้สุขภาพจิตของพนักงานดีขึ้น และลดผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน
1. ตรวจสอบต้นตอเพื่อหาสาเหตุของอาการหมดไฟ
HR ควรเริ่มต้นจากการตรวจสอบหาสาเหตุของปัญหา ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้พนักงานหมดแพชชั่น โดยอาจใช้วิธีการพูดคุยแบบเปิดใจ (One-on-One) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างสำหรับการสื่อสาร ที่จะส่งผลให้พนักงานสามารถพูดถึงต้นตอของภาวะหมดไฟในการทำงาน เช่น ภาระงานมากเกินไป ขาดโอกาสในการเติบโต เพื่อนร่วมงานมีปัญหา หรือต้องการความท้าทายในชีวิต
2. ปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดีขึ้น
บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นแพชชั่นให้กับพนักงาน เพราะบรรยากาศที่ตึงเครียดไม่เอื้ออำนวยต่อความคิดสร้างสรรค์และทำให้พนักงานหมดไฟในการทํางาน HR ที่ดีจึงควรเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการทำงาน เพื่อลดอาการเบิร์นเอ้าท์ และทำให้พนักงานนำศักยภาพออกมาใช้ได้สูงสุด
3. ให้การสนับสนุนในการพัฒนาตนเอง
พนักงานบางคนอาจรู้สึกหมดไฟในการทำงานจากความรู้สึกที่ว่าตนเองไม่สามารถเติบโต และพัฒนาในองค์กรได้ HR ที่ดีจึงควรส่งเสริมให้พนักงานได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองตามแนวทางที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมศักยภาพ และเพิ่มความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองให้กับพนักงานภายในองค์กร
4. เติมแพชชั่นด้วยคำชื่นชม
บางทีภาวะหมดไฟในการทำงานอาจไม่ได้มาจากแรงกดดันเพียงอย่างเดียว เพราะในบางครั้งความรู้สึกไม่เป็นที่ยอมรับก็สามารถเป็นต้นเหตุของอาการหมดแพชชั่นได้เช่นกัน การให้การยอมรับผ่านคำชื่นชม จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานที่ทำได้ง่าย ๆ และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
5. รับฟังความต้องการของพนักงาน
ใคร ๆ ก็ต้องการเป็นที่ยอมรับ การรับฟังความต้องการของพนักงานจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่สามารถแก้อาการหมดไฟได้เป็นอย่างดี โดย HR สามารถรับฟังความต้องการของพนักงานได้ง่าย ๆ ผ่านการฟังอย่างเปิดใจ และไม่ตัดสิน
บทความที่ BASE Playhouse นำมาฝากในวันนี้ เป็นสิ่งที่ HR หรือองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับการทำงานของแต่ละองค์กรได้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานและส่งเสริมให้พนักงานสร้างสรรค์ผลงานทุกชิ้นออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ
Talent Development Program

หลักสูตรพัฒนา Talents ด้วยโมเดลเฉพาะ ผ่านการพิสูจน์โดยทีมวิจัยของ BASE Playhouse เสริมจุดแข็งจากภายใน และพัฒนาทักษะสำคัญที่จำเป็นจากภายนอก ผ่านประสบการณ์ที่เข้มข้นตามแนวคิด H.I.P.S. Cycle เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โมเดลคุณสมบัติของการเป็น Talent ที่ไม่มีวันตกยุค ประกอบด้วย 7 คุณสมบัติของมนุษย์ ที่ AI มาแทนไม่ได้
หลักสูตรนี้เหมาะกับ
‘Talent Development Program’ เหมาะสำหรับบุคลากรในองค์กร ตั้งแต่ระดับพนักงานไปจนถึงผู้จัดการ
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ
- Pinpoint Your Talent: ระบุตัวคนเก่งในองค์กรได้อย่างแม่นยำ เพื่อเตรียมพัฒนาให้ตอบโจทย์ความท้าทายสำคัญของธุรกิจ
- Unleash the Potential of Your Talent and Build a Strong Talent Pipeline: ปลดล็อกศักยภาพของ Talent ให้ได้เต็มที่ ผ่านการพัฒนาอย่างเป็นระบบ และเปิดโอกาสให้แสดงศักยภาพในภารกิจจริง
- Leverage Your Talent for Strategic Advantage: ต่อยอดความสามารถของ Talent ให้สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และเป็นพลังขับเคลื่อนเป้าหมายทางธุรกิจอย่างชัดเจน
รายละเอียดหลักสูตร Talent Development Program เพิ่มเติม
ติดต่อปรึกษา BASE Playhouse ฟรี! โทร 094-191-4626 หรือกรอกข้อมูลเพื่อติดต่อกลับ ที่นี่
อ้างอิงจาก
หมดแพชชั่น ไปต่ออย่างไรดี เคล็ดลับฮีลใจจากการหมดแพชชั่น, BeDee
องค์กรควรทำอย่างไร เมื่อพนักงานหมด Passion ในการทำงาน, HREX Asia

.png)





