5 วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร ผ่านความเข้าใจในการสื่อสาร
ในองค์กรยุคใหม่ที่ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การพูดรับส่งต่อสารแล้วจบ แต่คือการสื่อสารด้วย Empathy หรือ ความสามารถในการทำความเข้าใจมุมมองและความรู้สึกของกันและกัน เพราะเมื่อมีความเข้าใจเป็นรากฐานที่สำคัญในการสื่อสาร ก็จะสามารถ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้วางใจ และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นในอนาคต

5 วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร ผ่านความเข้าใจในการสื่อสาร
องค์กรจำนวนมากมักให้ความสำคัญกับโครงสร้าง ระบบ และภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมืออาชีพ แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามมากที่สุดกลับเป็นเรื่องของ ความเข้าใจ ระหว่างคนในองค์กร ทั้งที่ในความเป็นจริง ต่อให้องค์กรจะเต็มไปด้วยคนเก่งมากแค่ไหน แต่ถ้ายังขาดความเข้าใจ ก็ยากที่จะเกิดความร่วมมือที่ดีได้ ปัญหาส่วนใหญ่ในที่ทำงาน ไม่ได้เกิดจากความสามารถ แต่เกิดจาก การสื่อสารระหว่างบุคคล ที่ไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ บริบท และเจตนาได้อย่างครบถ้วน เมื่อการสื่อสารกลายเป็นแค่การส่งข้อมูล งานอาจเดินต่อได้ แต่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในองค์กรจะเริ่มสั่นคลอน ในองค์กรยุคใหม่ที่ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การพูดรับส่งต่อสารแล้วจบ แต่คือการสื่อสารด้วย Empathy หรือ ความสามารถในการทำความเข้าใจมุมมองและความรู้สึกของกันและกัน เพราะเมื่อมีความเข้าใจเป็นรากฐานที่สำคัญในการสื่อสาร ก็จะสามารถ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้วางใจ และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นในอนาคต

ความเข้าใจในการสื่อสารคืออะไร
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การสื่อสาร คือการที่ผู้ส่งสารสามารถถ่ายทอดข้อมูลไปให้ผู้รับสารรับรู้ได้ ถือว่าเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคลที่สมบูรณ์ แต่การสื่อสารในลักษณะนี้ ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการสื่อสารที่ทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง เพราะความเข้าใจในการสื่อสารที่ดี ไม่ได้จบอยู่แค่การส่งสารถึงกันเท่านั้น แต่ผู้รับสารต้องสามารถเข้าใจ ความหมาย อารมณ์ บริบท และเจตนา ของผู้ส่งสารได้ถูกต้อง อีกทั้งยังสามารถ แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิด กลับไปยังผู้ส่งสารได้เช่นเดียวกัน
เพราะฉะนั้นสื่อสารจึงไม่ใช่แค่การส่งข้อมูล แต่เป็นการเชื่อมโยงความคิดและความรู้สึกของกันและกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือรากฐานของ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น ความเข้าใจในการสื่อสาร คือทักษะที่ทำให้เรามองเห็นคนที่อยู่หลังคำพูด เห็นเหตุผล ความกังวล และเป้าหมายของเขา ไม่ใช่แค่ประโยคที่ถูกพูดออกมา เมื่อเราสามารถรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้ การตอบสนองของเราก็จะเหมาะสมและสร้างสรรค์มากขึ้น
ความสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสำหรับองค์กร
องค์กรในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันแค่ด้วยกลยุทธ์หรือเทคโนโลยี แต่แข่งขันกันด้วยความสามารถในการทำงานร่วมกันของคนในองค์กรและการสื่อสารระหว่างบุคคล ยิ่งทีมสามารถเข้าใจและเชื่อมต่อกันได้ดีเท่าไร การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการพัฒนานวัตกรรมก็จะยิ่งเกิดขึ้นได้เร็วและแม่นยำขึ้นเท่านั้น การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทำหน้าที่เหมือนโครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็น หากโครงสร้างนี้แข็งแรง การทำงานในทุกระดับก็จะไหลลื่น แต่หากโครงสร้างนี้อ่อนแอ ต่อให้มีคนเก่งจำนวนมาก งานก็จะติดขัดจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกันอยู่ดี
การสื่อสารภายในองค์กรจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อคนในองค์กรสามารถเข้าใจในบริบท เจตนา และเรื่องราวได้อย่างชัดเจน ก็จะส่งผลเชิงบวกต่อองค์กรในหลากหลายด้าน ดังนี้
- ช่วยให้บุคคลากรในองค์กร เข้าใจเป้าหมายร่วมกันได้อย่างชัดเจน ส่งผลทำให้ทิศทางการทำงานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และทุกคนสามารถตระหนักได้ถึงบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของตัวเองได้เป็นอย่างดี
- ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กร เพราะเมื่อทุกคนมีความเข้าใจ คนในองค์กรจะเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น และและนำไปสู่ความร่วมมือในการทำงานที่ราบรื่น
- ทำให้บุคลากรในองค์กรมี Passion ในการขับเคลื่อน พัฒนา และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างโอกาสในการเติบโตขององค์กรในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
5 วิธีสร้างความเข้าใจในการสื่อสาร
ในตอนนี้ ทุกคนคงพอจะเห็นภาพแล้วว่า การสื่อสารภายในองค์กรมีความสำคัญมากแค่ไหน แต่ถ้าหากยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้น พัฒนาและปรับปรุงการสื่อสารอย่างไรให้ดีขึ้น เราจึงได้รวบรวม 5 วิธีสร้างความเข้าใจในการสื่อสาร เพื่อช่วยให้คุณสามารถฝึกฝนและยกระดับทักษะการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการทำงานภายในองค์กร
รู้จักการสร้าง Empathy ทักษะการเข้าใจผู้อื่น
ความเข้าใจ ในการสื่อสาร คือ ความสามารถในการมองโลกจากมุมมองของผู้อื่น ไม่ใช่เพียงฟังว่าอีกฝ่ายพูดอะไร แต่ต้องเข้าใจว่าเขา ‘รู้สึกอย่างไร’ และ ‘ต้องการอะไร’ การสื่อสารที่มี Empathy จะช่วยลดอคติ เพิ่มความโปร่งใส และทำให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เมื่อผู้คนรู้สึกว่าตนเองได้รับความเข้าใจ ความไว้วางใจและความร่วมมือก็จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แทนที่จะพูดด้วยอารมณ์หรืออคติ เราจะเลือกใช้คำพูดที่ช่วยพากันไปข้างหน้าได้มากกว่า
ฝึกการรับฟังแบบ Active Listening
Active Listening คือการฟังเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่อโต้ตอบ ผู้ฟังต้องให้ความสนใจกับทั้งคำพูด น้ำเสียง สีหน้า และท่าทางของผู้พูด เพื่อจับใจความที่แท้จริงว่าผู้พูดต้องการสื่ออะไร นอกจากนี้ยังรวมถึงการเปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของอีกฝ่าย ซึ่งช่วยให้การสื่อสารเป็นการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่การแข่งขัน การฟังในลักษณะนี้ยังช่วยลดความขัดแย้งเพราะ การฟังในลักษณะนี้ทำให้คู่สนทนารู้สึกว่าตัวเองมีพื้นในการสื่อสารอย่างชัดเจน และกล้าสื่อสารอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น

การอ่านอารมณ์ของคู่สนทนา
การสร้าง ความเข้าใจ ที่แท้จริง จำเป็นต้องอาศัยการอ่านอารมณ์และบริบทของคู่สนทนา เพราะคำพูดเดียวกันอาจมีความหมายต่างกันตามอารมณ์และสถานการณ์ การสังเกตสีหน้า น้ำเสียง และภาษากาย จะช่วยให้เราปรับวิธีสื่อสารให้เหมาะสม และรักษาบรรยากาศของการพูดคุยให้เป็นบวกมากขึ้น อีกทั้งทักษะนี้ยังช่วยป้องกันความตึงเครียด เพราะเมื่อเรารับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกอึดอัดหรือกดดัน เราสามารถชะลอ เปลี่ยนวิธีพูด หรือเปิดพื้นที่ให้เขาได้แสดงออกมากขึ้นก่อนที่บทสนทนาจะกลายเป็นความขัดแย้ง
วิธีการถาม-ตอบ อย่างตรงไปตรงมา
การสื่อสารที่มีความชัดเจน กระชับ และตรงประเด็น การตั้งคำถามและการตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาช่วยลดความคลุมเครือและความเข้าใจผิด โดยควรสื่อสารข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน แล้วค่อยแสดงความคิดเห็นของตนเอง เพื่อรักษาความโปร่งใสและความเป็นกลาง การตั้งคำถามที่ดี ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้ข้อมูลที่ซ่อนอยู่ถูกนำออกมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหา ความไม่แน่ใจ หรือความต้องการที่ยังไม่ได้พูด เมื่อคำถามถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจ ไม่ใช่การจับผิด การสื่อสารก็จะมีพลังมากขึ้น
Body Language สร้างความไว้วางใจ
ภาษากายเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้รับสาร ไม่ว่าจะเป็นการสบตา ท่าทาง การยิ้ม หรือบุคลิกภาพ เป็นการส่งสัญญาณถึงความมั่นใจ ความจริงใจ และความเปิดกว้าง เมื่อภาษากายที่เหมาะสมเข้ากับความกล้าแสดงออก ผู้ฟังจะรู้สึกเชื่อถือและอยากมีส่วนร่วมกับการสื่อสารมากขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ ในระยะยาว ภาษากายที่ดีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงาน ทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยในการสื่อสาร และกล้าที่จะมีส่วนร่วมในบทสนทนา ซึ่งเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในองค์กร
หลักสูตรแนะนำ

Art of Impactful Interpersonal Communication
การพัฒนาทักษะในการสื่อสารระหว่างคนในองค์กร จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปหากองค์กรของคุณต้องการพัฒนาทักษะเหล่านี้อย่างเป็นระบบ
หลักสูตร Art of Impactful Interpersonal Communication ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้บุคลากรสามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มี Empathy และสร้างความเข้าใจระหว่างกันได้มากขึ้น ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตการทำงาน คุณจะสามารถ สื่อสารด้วยความเข้าใจ ได้ลึกขึ้น อ่านอารมณ์และเจตนาของผู้อื่นได้แม่นยำ และเลือกตอบสนองได้เหมาะสม สามารถถ่ายทอดความคิดได้ชัดเจน ใช้คำพูด น้ำเสียง และภาษากายอย่างมีจุดมุ่งหมาย สื่อสารอย่างมั่นใจ จากการกล้าถาม ฟังเป็น และจับจังหวะการพูดคุยได้ดี จนสามารถสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือได้อย่างเป็นธรรมชาติ
หลักสูตรนี้เหมาะกับ
‘Art of Impactful Interpersonal Communication’ พนักงานทุกระดับตั้งแต่ พนักงานทั่วไป, Manager, Director ไปจนถึง C-level Executives
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ
- สามารถสื่อสารได้อย่างเข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น อ่านอารมณ์หรือเจตนาได้แม่นยำ และเลือกตอบสนองได้ถูกต้อง
- สามารถสื่อสารด้วยเจตนาที่ชัดเจนต่อผู้อื่น ถ่ายทอดความคิดได้ตรงใจ ใช้คำพูด น้ำเสียง และภาษากายอย่างมีจุดมุ่งหมาย ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความชัดเจนในทุกบทสนทนา
- สามารถสื่อสารได้มั่นใจข้ึนจากการกล้าถามและฟังเป็น สร้างบทสนทนาที่ลึกขึ้น มีจังหวะในการโต้ตอบที่เหมาะสม และเชื่อมโยงผู้อื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
รายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติม > คลิกที่นี่
ติดต่อปรึกษา BASE Playhouse ฟรี! โทร 094-191-4626 หรือกรอกข้อมูลเพื่อติดต่อกลับ ที่นี่
----------------------
อ้างอิง
9 ทักษะการสื่อสาร เพื่อการทำงานในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ






