คุยงานไม่รู้เรื่อง แล้วจะคุยงานยังไงให้ได้งาน? รวม 5 เทคนิคสื่อสารอย่างมืออาชีพ
คุยงานไม่ได้งานซักที? เรียนรู้ 5 เทคนิคพัฒนาทักษะการสื่อสารที่จะช่วยเสริมความเป็นมืออาชีพ เพิ่มโอกาสให้คุยแล้วได้งานจริง

คุยงานไม่รู้เรื่อง แล้วจะคุยงานยังไงให้ได้งาน? รวม 5 เทคนิคสื่อสารอย่างมืออาชีพ
ในยุคที่การทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทักษะการสื่อสารคือหนึ่งในทักษะที่สำคัญเป็นอย่างมาก เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป ความท้าทาย ณ ปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างความเข้าใจให้ตรงกันภายในทีม และคุยงานยังไงให้เข้าใจคนอื่น ปัญหาการคุยงานไม่รู้เรื่อง มักไม่ได้เกิดจากความสามารถ แต่เกิดจากการที่สื่อสารไม่ชัดเจน เข้าใจที่ไม่ตรงกัน และขาดทักษะการรับฟังที่ไม่มีประสิทธิภาพ สุดท้ายการสื่อสารงานจึงเกิดข้อผิดพลาดจนทำให้หมดความน่าเชื่อถือ และไม่มีความเป็นมืออาชีพ บทความนี้จึงจะพาคุณได้เรียนรู้แนวคิดและวิธีพัฒนาทักษะการสื่อสาร ผ่าน 5 เทคนิคที่จะทำให้คุณรู้ว่าต้อง สื่อสารอย่างไรให้น่าสนใจ คุยงานอย่างไรให้รู้เรื่อง พร้อมเสริมความเป็นมืออาชีพที่จะเพิ่มโอกาสให้คุณได้งานจริง

คุยงานให้ได้งาน คืออะไร
คุยงานให้ได้งาน คือการสื่อสารที่ทำให้ทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสารเกิดความเข้าใจตรงกันในเป้าหมายของงาน แนวทางการทำงาน และความคาดหวังที่เกี่ยวข้อง จนสามารถนำข้อมูลที่สื่อสารกันไปลงมือปฏิบัติได้จริง โดยไม่ทำให้เกิดความสับสน งานไม่ตกหล่น หรือเกิดความขัดแย้งอื่นๆตามมาในภายหลัง
หลายคนมักเข้าใจว่าการคุยงานยังไงให้ได้งานคือการอธิบายงานให้ละเอียดที่สุด หรือต้องเป็นคนพูดเก่ง พูดชัด พูดเยอะ แต่ในความเป็นจริง การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เกิดจากการพูดเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากการผสานระหว่างการพูด การฟัง และการทำความเข้าใจเจตนา ความตั้งใจ และมุมมองของอีกฝ่ายควบคู่กันไปด้วย
เมื่อรู้วิธีพัฒนาการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง การคุยงานยังไงให้ได้งานจึงไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือการสั่งงานอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันภายในทีม เสริมสร้างความไว้วางใจ ลดปัญหาความเข้าใจผิด และช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การสื่อสารในองค์กร คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
การสื่อสารในองค์กร คือกระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิด แนวทางการทำงาน และความคาดหวังระหว่างบุคคลในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารระหว่างหัวหน้างานกับทีมงาน ระหว่างเพื่อนร่วมงานกันเอง หรือระหว่างทีมต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือการสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม การสื่อสารในองค์กรไม่ได้หมายถึงเพียงการส่งต่อข้อมูล หรือการสั่งงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำความเข้าใจในอารมณ์ และบริบทต่างๆ การตั้งใจฟัง การตั้งคำถามเพื่อความชัดเจน และตอบสนองกลับอย่างเหมาะสม ทุกอย่างนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารที่ดีในองค์กร
นอกจากนี้ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพยังช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ การแก้ไขปัญหา และการทำงานเป็นทีมให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เมื่อองค์กรให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พนักงานคุยงานกันรู้เรื่องมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี ช่วยให้คุยงานยังไงให้ได้งานมากขึ้น ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแกร่ง และเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในระยะยาวอีกด้วย
สาเหตุหลักที่ทำให้คุยงานไม่รู้เรื่อง คุยงานแล้วไม่ได้งาน
หนึ่งในสาเหตุหลักคือการไม่เข้าใจเป้าหมายและบริบทของงานได้อย่างชัดเจน ผู้ส่งสารอาจอธิบายงานแค่ในของตนเอง ขณะที่ผู้รับสารจะตีความตามประสบการณ์หรือความเข้าใจเดิม ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจไม่ตรงกันตั้งแต่ต้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการคุยงานยังไงให้ได้งานไม่ใช่เพียงการพูดให้ครบ แต่ต้องพูดในแบบที่อีกฝ่ายเข้าใจได้จริง
อีกสาเหตุที่พบได้บ่อยคือการรับฟังที่ไม่มีคุณภาพ หลายครั้งการฟังเกิดขึ้นเพียงเพื่อรอตอบกลับหรือรอโต้แย้ง มากกว่าการฟังเพื่อทำความเข้าใจสารและเจตนาของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การเลือกวิธีและรูปแบบการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมกับผู้ฟัง ทำให้การสื่อสารที่ไม่น่าสนใจ หรือการเลือกช่องทางที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ล้วนส่งผลให้ผู้รับสารไม่สามารถจับประเด็นที่สำคัญได้ การเรียนรู้ว่า สื่อสารอย่างไรให้น่าสนใจ จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดปัญหาการคุยงานไม่รู้เรื่องอีกด้วย
สุดท้ายคือการขาดการ พัฒนาทักษะการสื่อสาร อย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจมองว่า การสื่อสารเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริง ทักษะการสื่อสารต้องอาศัยการเรียนรู้และฝึกฝน เมื่อขาดการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ การคุยงานจึงยังคงวนอยู่กับปัญหาเดิม ๆ และไม่สามารถสร้างความเข้าใจร่วมกันในการทำงานได้

5 เทคนิคคุยงานยังไงให้ได้งานและสื่อสารได้อย่างมืออาชีพ
การสื่อสารที่ต้องสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน ต้องมีเทคนิคการสื่อสารที่เหมาะสมจึงจะกลายเป็นทักษะที่สำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนบทสนทนาในการทำงานให้เกิดผลลัพธ์จริง การรู้ว่าคุยงานยังไงให้เข้าใจคนอื่น และเลือกสื่อสารอย่างไรให้น่าสนใจ จะช่วยลดความเข้าใจผิด เพิ่มความร่วมมือ และทำให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น ดังนั้น การพัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างเป็นระบบจึงเป็นกุญแจสำคัญในการคุยงานให้ได้งาน วันนี้เราจึงมาแชร์ 5 เทคนิคคุยงานยังไงให้ได้งานและสื่อสารได้อย่างมืออาชีพ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในทุกสถานการณ์การทำงาน
1. เรียนรู้ทฤษฎี AIM Communication Model
หากตั้งคำถามว่าแล้วเราจะ คุยงานยังไงให้ได้งาน จริง ๆ แล้วการสื่อสารมีโครงสร้างและมีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่ ซึ่งมีทฤษฎีหนึ่งที่มีชื่อว่า “AIM Communication Model” เป็นทฤษฎีที่มีกรอบแนวคิดที่ช่วยให้การคุยงานมีทิศทาง ลดความเข้าใจผิด และทำให้ผู้รับสารสามารถนำข้อมูลไปปรับใช้ได้จริง ๆ
AIM Communication Model ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
A – Audience (ผู้ฟัง)
I – Intention (เจตนาในการสื่อสาร)
M – Message (สารที่ต้องการสื่อ)
เริ่มจาก ‘Audience (ผู้ฟัง)’ การคุยงานให้ได้งานไม่สามารถใช้วิธีการสื่อสารแบบเดียวกับทุกคนได้ ผู้สื่อสารต้องเข้าใจว่าผู้ฟังเป็นใคร มีพื้นฐาน ความคาดหวัง หรือรูปแบบการทำงานแบบใด การเข้าใจผู้ฟังจะช่วยให้เราสามารถเลือกวิธีการสื่อสารที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น
ต่อมาคือ ‘Intention (เจตนาในการสื่อสาร)’ ก่อนเริ่มคุยงาน ผู้สื่อสารควรตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนกับตนเองก่อนว่ามีเป้าหมายอะไรในการสื่อสารครั้งนี้ และต้องการผลลัพธ์อะไรจากบทสนทนา ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งข้อมูล การขอความร่วมมือ หรือการตัดสินใจร่วมกัน เมื่อเจตนาชัดเจน การสื่อสารจะไม่วกวน ไม่ทำให้เกิดความสับสน และช่วยให้ผู้รับสารเข้าใจเป้าหมายของงานและสามารถแสดงผลลัพธ์ได้ตรงกับที่ผู้สื่อสารต้องการจะสื่อ
สุดท้ายคือ ‘Message (สารที่ต้องการสื่อ)’ การถ่ายทอดสารที่ดี ควรมีความชัดเจน กระชับ และเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย การเลือกคำพูด โครงสร้างการเรียบเรียง และตัวอย่างที่เหมาะสม จะช่วยให้สื่อสารได้น่าสนใจมากขึ้น และยังลดโอกาสการเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการคุยงานให้ได้งาน
เมื่อสามารถนำ AIM Communication Model มาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้การสื่อสารมีความเป็นระบบมากขึ้น การคุยงานยังไงให้ได้งานจึงไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูล แต่เป็นการสื่อสารที่สร้างความเข้าใจร่วมกัน และนำไปสู่ผลลัพธ์ของการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2.รู้จักความแตกต่างของบุคคล จาก DISC
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยตอบคำถามว่าแล้วเราจะ คุยงานยังไงให้ได้งาน คือการพยายามทำความเข้าใจว่า คนแต่ละคนมีรูปแบบความคิด พฤติกรรม และวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไป หากใช้วิธีคุยงานแบบเดียวกันกับทุก ๆ คน โอกาสการเกิดความเข้าใจผิดย่อมต้องสูงขึ้นตามมา โดยโมเดล DISC เป็นเครื่องมือที่ช่วยอธิบายความแตกต่างของแต่ละบุคคล ที่จะช่วยให้การสื่อสารในการทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
DISC แบ่งลักษณะบุคคลออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
D – Dominance (มุ่งเน้นผลลัพธ์ ตัดสินใจเร็ว)
I – Influence (ชอบการสื่อสารมีพลัง และโน้มน้าวเก่ง)
S – Steadiness (ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ และความร่วมมือ)
C – Conscientiousness (รอบคอบ เน้นข้อมูลและความถูกต้อง)
การเข้าใจโมเดล DISC ช่วยให้รู้ว่า คุยงานยังไงให้เข้าใจคนอื่น มากขึ้น เช่น บุคคลกลุ่ม D มักต้องการข้อมูลที่กระชับและเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ขณะที่กลุ่ม I จะตอบสนองดีกับการสื่อสารที่เป็นกันเองและน่าสนใจมากกว่า ส่วนกลุ่ม S ให้ความสำคัญกับบรรยากาศและความมั่นใจในการทำงานร่วมกัน และคนกลุ่ม C จะต้องการรายละเอียด ข้อมูล และเหตุผลที่ชัดเจน เมื่อสามารถปรับวิธีการสื่อสารให้สอดคล้องกับลักษณะของแต่ละบุคคล การคุยงานก็จะราบรื่นมากยิ่งขึ้น ลดความขัดแย้ง และช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจเป้าหมายของงานตรงกัน ซึ่งเป็นหัวใจของการคุยงานให้ได้งาน
3.สร้างบรรยากาศการสื่อสารในเชิงบวก
หนึ่งในคำตอบสำคัญของคำถามว่า คุยงานยังไงให้ได้งาน ไม่ได้อยู่แค่ที่เนื้อหาของงานหรือความเก่งในการอธิบาย แต่คือการ “สร้างบรรยากาศ” ระหว่างการสื่อสาร หากบรรยากาศตึงเครียด เต็มไปด้วยการจับผิด หรือสื่อสารด้วยอารมณ์เชิงลบ การคุยงานย่อมจบลงด้วยความไม่เข้าใจ และยากจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้
การสร้างบรรยากาศการสื่อสารในเชิงบวก ควรเริ่มจากทัศนคติของผู้สื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากตัวเอง การเลือกใช้ถ้อยคำที่สุภาพและให้เกียรติอีกฝ่าย รวมไปถึงการแสดงออกทางภาษากายที่เป็นมิตร สิ่งเหล่านี้ช่วยให้คู่สนทนารู้สึกปลอดภัย กล้าแสดงความคิดเห็น และนำไปสู่การเข้าใจเป้าหมายในการสื่อสารได้ง่ายขึ้น

4.รับมือสถานการณ์กดดันและบทสนทนายาก ๆ
ในการทำงานจริง การคุยงานยังไงให้ได้งาน มักจะเกิดสถานการณ์ที่กดดันบ่อย ๆ เช่น การเร่งงาน การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การเจรจาที่มีความเห็นไม่ตรงกัน หรือการพูดคุยในเรื่องที่อ่อนไหว ซึ่งสถานการณ์เหล่านั้นถือเป็นบทสนทนาที่รับมือได้ยากมากกว่าปกติ หากขาดทักษะการสื่อสารที่เหมาะสม บทสนทนาเหล่านี้อาจนำไปสู่บรรยากาศที่ตึงเครียด จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด และทำให้งานหยุดชะงักไม่เดินหน้าต่อ
หัวใจสำคัญของการรับมือบทสนทนายาก ๆ คือการควบคุมอารมณ์และตั้งเป้าหมายของการสื่อสารให้ชัดเจน ก่อนเริ่มพูดคุย เราควรแน่ใจก่อนว่าต้องการผลลัพธ์ยังไงจากการพูดคุยในครั้งนี้ เพราะผลลัพธ์คือสิ่งที่สำคัญ มากกว่าการมีความคิดที่จะเอาชนะ หรือพยายามทำให้ตัวเองเป็นฝ่ายที่ถูก ซึ่งวิธีนี้นอกจากเราจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้ว ยังช่วยลดความขัดแย้งที่ทำให้สถานการณ์การทำงานแย่ลงกว่าเดิม
อีกหนึ่งทักษะที่สำคัญคือการเลือกใช้คำพูดและน้ำเสียงให้เหมาะสม แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียด การสื่อสารด้วยความใจเย็น สุภาพ และตรงประเด็น จะช่วยให้บทสนทนาดูน่าเชื่อถือ มากกว่าการใช้อารมณ์หรือถ้อยคำเชิงกล่าวโทษ นอกจากนี้การตั้งคำถามเพื่อทำความเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดการหาทางออกร่วมกัน
5.เสริมความเป็นมืออาชีพและความน่าเชื่อถือในการสื่อสาร
ความเป็นมืออาชีพในการสื่อสารเริ่มจากการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนคุยงาน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจขอบเขตงาน เป้าหมาย และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เมื่อสื่อสารได้อย่างชัดเจน เป็นระบบ และไม่คลุมเครือ จะช่วยให้ดูมีความมั่นใจและเพิ่มความเป็นมืออาชีพ ลดความสับสน และลดโอกาสเกิดความเข้าใจผิดในภายหลัง
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือความสม่ำเสมอระหว่างคำพูดและการกระทำ เมื่อสื่อสารสิ่งใดออกไปแล้วสามารถทำได้จริง จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถืออย่างมาก การสื่อสารลักษณะนี้ทำให้บทสนทนาดูน่าเชื่อถือและน่าสนใจ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดที่หวือหวา หรือเกินความเป็นจริง
เมื่อพัฒนาการสื่อสารให้มีทั้งความชัดเจน ความรับผิดชอบ และความจริงใจ การคุยงานจะไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูล แต่จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความไว้วางใจในระยะยาว และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การทำงานร่วมกันประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
หลักสูตรแนะนำ

Mastering Professional Communication for Better Teamwork
การสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จทั้งในงานและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หลายองค์กรพบว่าพนักงานมักติดกับดักการสื่อสารหลายประการ เช่น ขาดความมั่นใจ ขาดโครงสร้างในการเล่าเรื่อง หรือ ไม่เข้าใจเจตนาของผู้ฟัง
หลักสูตร Mastering Professional Communication for Better Teamwork จึงผสานทักษะการสื่อสารแบบมืออาชีพ และ ศิลปะการเข้าอกเข้าใจผู้อื่น เพื่้อให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน กระชับ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทุกบริบทการทำงาน
หลักสูตรนี้เหมาะกับ
‘Mastering Professional Communication for Better Teamwork’ พนักงานทุกระดับตั้งแต่ พนักงานทั่วไป, Manager, Director ไปจนถึง C-level Executives
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ
- สามารถสื่อสารได้ชัดเจน กระชับ และเข้าใจง่าย พร้อมถ่ายทอดสาระสำคัญได้อย่างมีโครงสร้างชัดเจน
- สามารถสื่อสารได้มั่นใจ ใช้ภาษากาย น้ำเสียง และจังหวะได้เหมาะสม สร้างความน่าเชื่อถือให้การพูดคุยได้
- สามารถเข้าใจและปรับสารให้ตรงใจผู้ฟัง วิเคราะห์อารมณ์และเจตนาได้แม่นยำ
- สามารถสร้างบทสนทนาที่ลึกขึ้น เชื่อมโยงผู้ฟัง และแก้ไขความเข้าใจผิดให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน
- สามารถนำทักษะไปใช้ในทุกบริบทงาน ทั้งการประชุม การเจรจา การทำงานร่วมทีม รวมถึงสถานการณ์ที่ซับซ้อนหรือละเอียดอ่อน
รายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติม > คลิกที่นี่
ติดต่อปรึกษา BASE Playhouse ฟรี! โทร 094-191-4626 หรือกรอกข้อมูลเพื่อติดต่อกลับ ที่นี่






