7 วิธีง่ายๆ ในการพัฒนาศักยภาพทีมให้กลายเป็น Super Team
ค้นพบ 7 วิธีพัฒนาคนในองค์กร เสริมศักยภาพทีม สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และเติบโต เพื่อเปลี่ยนทีมของคุณให้กลายเป็น Super Team อย่างยั่งยืน

ในโลกของการทำงานยุคดิจิทัล ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานของคนเก่งเพียงไม่กี่คนอีกต่อไป แต่เกิดจาก “ทีมที่เติบโตไปด้วยกัน”
ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพทีม จึงเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรที่ต้องการสร้างความยั่งยืน เพราะเมื่อคนได้รับโอกาสในการเติบโต องค์กรก็เติบโตตามไปด้วย
ความสำคัญของการพัฒนาคนในองค์กร
การลงทุนใน “คน” คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด เพราะคนคือรากฐานของทุกสิ่งในองค์กร
แล้ว ทำไมต้องพัฒนาคนในองค์กร? คำตอบคือเพราะ “ศักยภาพของคน” คือพลังขับเคลื่อนความสำเร็จที่แท้จริง
- เพิ่มความผูกพันและแรงจูงใจ
เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรเห็นคุณค่าและพร้อมสนับสนุนการเติบโต พวกเขาจะทำงานด้วยความมุ่งมั่นและเต็มศักยภาพมากขึ้น - สร้างผู้นำรุ่นใหม่ในองค์กร
การ พัฒนาคนในองค์กร ช่วยให้เกิดการส่งต่อความรู้และสร้างผู้นำที่พร้อมเติบโตจากภายใน - ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น
ทีมที่ผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะมีความยืดหยุ่น พร้อมเผชิญกับความท้าทายในโลกการทำงานยุคใหม่
นี่คือหนึ่งใน ประโยชน์ในการพัฒนาบุคลากร ที่ชัดเจนที่สุด เพราะเมื่อพนักงานเติบโตทั้งความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ทีมก็จะเติบโตไปพร้อมกันอย่างแข็งแกร่ง

แนวคิดหลักในการพัฒนาบุคลากรและทีม
แนวคิดการพัฒนาบุคลากรคือกระบวนการต่อเนื่องที่ช่วยขยายขีดความสามารถทั้งด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติของพนักงาน เพื่อให้พวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แนวคิดการพัฒนาศักยภาพบุคลากรมุ่งเน้นการมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในตัวคน ไม่ว่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ หรือความสามารถเฉพาะทาง และเปิดโอกาสให้สิ่งเหล่านี้ได้ถูกพัฒนาออกมา
การพัฒนาทีมก็เช่นกัน หากเรานำแนวคิดเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ จะช่วยให้เกิดการพัฒนาศักยภาพทีม ทั้งในด้านการสื่อสาร ความร่วมมือ และความเข้าใจซึ่งกันและกัน ส่งผลให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและมีพลังสร้างสรรค์มากขึ้น
หัวใจสำคัญคือ “Growth Mindset” การเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้เสมอ เมื่อมีพื้นที่ให้ลองผิดลองถูกและได้รับแรงสนับสนุนที่เหมาะสม

7 เทคนิคที่ได้ผลจริงในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
- อบรมและเวิร์กช็อป (Training & Workshop)
เริ่มจากพื้นฐานสำคัญอย่างการอบรมและเวิร์กช็อป ที่ช่วยพัฒนาทั้ง Hard Skills (เช่น ความรู้เฉพาะด้าน) และ Soft Skills (เช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม หรือภาวะผู้นำ)
- สัมมนาและการเรียนรู้ร่วมกัน (Peer Learning)
การเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากผู้สอนเพียงคนเดียว แต่ยังเกิดจากการแชร์ประสบการณ์ของเพื่อนร่วมงานด้วย การจัด Peer Learning Session หรือวงสนทนาเล็ก ๆ เพื่อให้ทีมได้แบ่งปันมุมมอง วิธีคิด และเคล็ดลับจากสถานการณ์จริง บรรยากาศแบบเปิดใจนี้จะช่วยเสริมความสัมพันธ์ในทีม และทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเอง
- การเรียนรู้จากการทำงานจริง (On-the-job Training)
ไม่มีห้องเรียนไหนสอนได้ดีเท่าการลงมือทำจริง การให้พนักงานได้เรียนรู้ผ่าน การปฏิบัติในงานประจำจะช่วยให้เข้าใจงานได้ลึกขึ้น ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และตัดสินใจด้วยความมั่นใจมากขึ้น และหัวหน้างานสามารถสอดแทรกการโค้ชชิงเล็ก ๆ ระหว่างทำงาน เพื่อช่วยให้ทีมได้เรียนรู้แบบต่อเนื่อง
- โครงการ Coaching & Mentoring
หนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดคือการมีโค้ชหรือพี่เลี้ยง (Mentor) ที่ช่วยชี้แนะแนวทาง โครงการลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มทักษะให้พนักงาน แต่ยังสร้างแรงสนับสนุนทางใจ ทำให้รู้สึกว่ามีคนอยู่ข้าง ๆ ในเส้นทางการเติบโตของตนเอง
- การเรียนรู้แบบโปรเจกต์ (Project-based Learning หรือ Stretch Assignment)
มอบหมายโปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่ท้าทาย เพื่อให้ทีมได้ทดลองใช้ทักษะในบริบทจริง เช่น การให้โอกาสนำโปรเจกต์ย่อย หรือดูแลส่วนงานใหม่ สิ่งนี้จะช่วยให้พนักงานได้เรียนรู้การวางแผน การสื่อสาร และการแก้ปัญหาในโลกจริง พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจเมื่อโปรเจกต์สำเร็จ
- สร้างบทบาทใหม่เพื่อขยายศักยภาพ
บางครั้งการเติบโตเกิดขึ้นจากการได้ลองทำสิ่งใหม่องค์กรสามารถเปิดโอกาสให้พนักงานหมุนเวียนบทบาทหรือทดลองตำแหน่งใหม่ ๆ เพื่อค้นพบศักยภาพที่อาจซ่อนอยู่ เช่น ให้พนักงานสายเทคนิคลองดูแลโปรเจกต์ด้านลูกค้า เพื่อฝึกการสื่อสารและการบริหารเวลาในอีกมุมหนึ่ง
- สนับสนุนแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
อย่าจำกัดการเรียนรู้ไว้แค่ในห้องอบรม แต่ควรเปิดโอกาสให้พนักงานเข้าถึง คลังความรู้ดิจิทัล, คอร์สออนไลน์ หรือหลักสูตรจาก BASE Playhouse ซึ่งออกแบบโดยเข้าใจบริบทขององค์กรไทย ช่วยให้ทีมเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาศักยภาพอย่างยั่งยืน
ตัวอย่างหลักสูตรที่น่าสนใจ: Grit & Growth Mindset: Overcoming Challenges and Embracing Change
- ทำความรู้จัก Growth Mindset: แนวคิดที่ว่าทุกทักษะสามารถเรียนรู้ได้โดยไม่ต้องง้อพรสวรรค์ และมองว่าอุปสรรคทุกอย่างคือโอกาสในการพัฒนาตนเอง
- หลักสูตรนี้เน้น:
- สร้าง Growth & Resilient Mindset ผ่านกิจกรรม Challenge แบบเกม
- เสริมทักษะ Adaptability และกระตุ้นพฤติกรรมที่วัดผลได้จริง
- ปรับ Customize เพื่อให้ตรงกับเป้าหมายการเรียนรู้ขององค์กร
- เหมาะสำหรับพนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ Staff, Manager, Director ไปจนถึง C-level Executives
สัญญาณที่บ่งบอกว่าองค์กรต้องการ Growth Mindset:
- ทีมยึดติดกับกระบวนการเดิมและกลัวการเปลี่ยนแปลง
- มีการให้ Feedback แต่ไม่เกิดการปรับปรุง
- คนในทีมขาดความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองจนไม่กล้าเรียนรู้สิ่งใหม่
- ลงทุนกับคอร์สสอนสกิลใหม่ ๆ แต่ Performance ยังเท่าเดิม
- ทีมทำงานใน Comfort Zone และไม่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่
- ทีมท้อแท้เมื่อเผชิญอุปสรรค ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย
การสนับสนุนแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมคอร์สที่ออกแบบเฉพาะอย่าง Growth Mindset จะช่วยให้ทีมของคุณไม่เพียงเพิ่มทักษะ แต่ยังสร้างแนวคิดการเรียนรู้ต่อเนื่อง และยกระดับศักยภาพทีมสู่ Super Team อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ องค์กรควรเลือกเครื่องมือและช่องทางการเรียนรู้ให้เหมาะกับแต่ละเจเนอเรชัน เช่น พนักงานรุ่นใหม่อาจชอบเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือคลิปวิดีโอสั้น ขณะที่ผู้บริหารอาจเหมาะกับเวิร์กช็อปเชิงลึกหรือคลาสแบบกลุ่มเล็ก การมีทางเลือกที่หลากหลายเช่นนี้ จะช่วยให้ทุกคนรู้สึกว่า “การเรียนรู้เป็นของพวกเขา” จริง ๆ
สุดท้าย อย่าลืมสะท้อนผลและเรียนรู้จากประสบการณ์จริงผ่านการจัด Reflection Session หรือวงพูดคุยสั้น ๆ เพื่อให้ทีมได้แชร์สิ่งที่เรียนรู้จากการทำงานจริง การแลกเปลี่ยนแบบเปิดใจนี้จะช่วยให้ความรู้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร
3 มายเซ็ตที่ต้องมี ต่อยอดการพัฒนาของทีมอย่างต่อเนี่อง
นอกจาก 7 เทคนิคในการพัฒนาทีมแล้ว สิ่งที่สำคัญต่อไปคือ “มายเซ็ต” ของผู้นำและสมาชิกทีม ที่จะช่วยให้การพัฒนานั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

1. Leader as Coach
หัวหน้าที่ดีไม่ใช่คนสั่งงาน แต่คือคนชี้แนะแนวทาง เปิดโอกาสให้ทีมได้ลองคิด ลองทำ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อให้ทุกคนเติบโตด้วยศักยภาพของตนเอง
2. Growth Mindset & Learning Together
ทีมที่แข็งแรงคือทีมที่ไม่หยุดเรียนรู้ และ การพัฒนาทีมไม่ใช่แค่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เมื่อทั้งหัวหน้าและสมาชิกเปิดใจแลกเปลี่ยนความรู้ ยอมรับความท้าทาย กล้าผิดพลาด และเรียนรู้จากกันและกัน ทีมก็จะเติบโตไปด้วยกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ด้วย
3. Trust & Feedback
การพัฒนาที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดใจ เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้นำจึงควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนในทีมได้แสดงความเห็นอย่างอิสระ และเปลี่ยนฟีดแบ็กให้เป็นแนวทางในการพัฒนาทีมต่อไป
Super Team ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชค แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การ พัฒนาคนในองค์กร ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ด้าน HR แต่คือ หัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืนเมื่อเรามีแนวคิดและแนวทางที่ชัดเจนในการ พัฒนาศักยภาพทีม องค์กรจะได้ทีมที่ไม่เพียงทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังมีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้และพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ
เพราะการสร้าง Super Team ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชค แต่มาจากการลงมือพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการเชื่อมั่นในศักยภาพของ “คน” ทุกคนในองค์กร






